เสียความรู้สึก! เปิดใจ 1 ใน 6 นักเรียน ที่ถูกกล่าวหา ร่วมกันอนาจารรุ่นน้องในห้องเช่ารีสอร์ต จ.ชุมพร ระบุ แค่หนีเรียนไม่อยากโดนตรวจผมยาว เต็มใจไปเปิดห้องเล่นเกม ทำไมนักเรียนหญิงต้องใส่ร้ายให้เกิดความเสื่อมเสีย
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 มกราคม 2561 ร.ต.อ.ชำนาญ คงทอง รอง สว.สอบสวน สภ.หลังสวน ได้นำนักเรียน จำนวน 6 คน เป็นชาย 5 คนและหญิง 1 คน หลังจากที่ทางผู้ปกครองเข้าแจ้งความเอาผิดกลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้ ได้ล่อลวงลูกสาว ซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้น ม.1 โรงเรียนเดียวกัน ไปลวนลาม ทำอนาจาร ภายในห้องเช่าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งใกล้กับโรงเรียนของนักเรียนทั้งหมด มาฝากขังต่อศาลเด็กและเยาวชน โดยมีบรรดาพ่อแม่และญาติของกลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้เดินทางมาพร้อมเอกสารหลักฐานเตรียมยื่นประกันตัวต่อศาลฯ
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางนา (นามสมมติ) แม่ของน้องกิจ (นามสมมติ) เด็กนร.ม.4 ซึ่งต้องเป็นผู้ต้องหาร่วมกันทำอนาจารนักเรียนรุ่นน้อง ว่า ลูกเล่าให้ฟัง เพียงแค่ไปนอนเล่นเกมเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำต่างๆ ดังเป็นข่าว แต่ยอมรับลูกอายุมากที่สุด ที่หนีเรียนเพราะมีการตรวจผมนักเรียน พร้อมยอมรับว่า นร.3 คนเข้ามาในห้องจริง ในสภาพเปียกจากนั่งรถจยย. ฝ่าสายฝนมา แล้วมาเปลี่ยนให้ผ้าขนหนู ส่วนชุดนักเรียน ทางแม่บ้านนำไปซักแห้งให้ ส่วนที่จะทำไปเกินกว่าอนาจารนั้นไม่มี และตนเองก็รับฟังที่ลูกเล่ามาเพียงเท่านี้
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันเดียวกัน น้องกิจ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนพร้อมเพื่อนรุ่นน้องได้หนีเรียนเพราะรู้ว่าวันนี้จะมีการตรวจนักเรียนที่แต่งกายไม่เรียบร้อย และปล่อยให้ผมยาวเกิดจากกฎระเบียบของโรงเรียน ซึ่งพวกตนก็เข้าข่ายผมยาวผิดระเบียบ จึงได้ชักชวนกันปีนรั้วโรงเรียนออกมา ก่อนแชร์เงินเช่าห้องพักรีสอร์ต ที่อยู่ใกล้โรงเรียน จนกระทั่งเที่ยงได้มีน้องนักเรียนทั้งสามคน ซึ่งก็ได้หนีเรียนออกมาเช่นกัน ได้มาที่พวกตน โดยหนึ่งในนั้นชื่อฝ้าย ซึ่งเป็นแฟนของบาส เพื่อนที่หนีมาด้วยกัน
น้องกิจ เล่าต่อว่า น้องทั้งสามมาในสภาพเปียกปอน ก่อนจะถอดเสื้อให้แม่บ้านของรีสอร์ต ช่วยเอาไปรีดให้แห้ง ซึ่งก็ไม่ได้โป๊เปลือยแต่อย่างใด เพราะน้องมีเสื้อซับในอยู่ หลังจากนั้น ฝ้ายก็ได้นั่งหยอกล้อกับบาส บริเวณพื้นห้อง ซึ่งตนก็เห็นเพียงแวบเดียวคือบาส จูบ ฝ้ายเท่านั้น ส่วนอื่นก็ไม่ไดทำอะไร เพราะอยู่กันหลายคน ส่วนเพื่อนของฝ้าย ที่ตามมาด้วยก็แยกมานอนเล่นเกม ไม่ได้มีอะไรเกิดเลยไปกว่านั้น
"เสียความรู้สึกมากที่ทางฝ่ายผู้ปกครองของฝ้ายและฝ้ายเอง มาแจ้งความเอาผิดพวกผม โดยกล่าวหาว่าด้วยข้อหาอันร้ายแรง ทำให้พวกเราต้องเสียอนาคตและครอบครัว ยังถูกสังคมด่าทอไปด้วย"