แถลงการณ์กรณีเหตุระเบิดที่ตลาดสดกลางเทศบาลนครยะลา สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR) โพสต์บล็อกใน www.deepsouthwatch.org ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
สืบเนื่องจากได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ตลาดสดกลางเทศบาลเมืองยะลาเมื่อเช้าของวันที่ 22 มกราคม 2561 ไม่ว่าผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจะนับถือศาสนาหรือจะมีเชื้อชาติใดก็ตามก็เป็นประชาชนพลเรือนที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้กำลังอาวุธของทุกฝ่าย ในทางกลับกันยังเป็นเป้าหมายทางการเมืองในการต่อสู้ของคู่ขัดแย้งหลักด้วยซ้ำ
เพราะต่างก็อ้างว่าทำเพื่อ “ประชาชน” จะได้มีชีวิตในวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเมื่อวาน
จึงไม่สมควรอย่างยิ่งประชาชนพลเรือนสามัญชนจะมาเป็นเป้าหมายทางอาวุธจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR) จึงขอประณามผู้ก่อเหตุครั้งนี้และขอเรียกร้องอย่างจริงใจว่า ขออย่าได้มีเหตุการณ์เศร้าใจอย่างนี้อีกเลย
อีกฉบับ...แถลงการณ์กรณีการละเมิดตลาดสดพิมลชัย จังหวัดยะลา วันที่ 22 มกราคม 2561
ในวันนี้ 22 ม.ค.2561 เมื่อเวลาประมาณ 06.20 น. เกิดเหตุระเบิดหน้าตลาดสดพิมลชัย หน้าร้านค้าส่งซอย 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ในช่วงเช้าตลาดสดแห่งนี้มีประชาชนเข้ามาจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หน้าร้านเขียงหมูที่มีพี่น้องพุทธจำนวนมากทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน และมีผู้บาดเจ็บจำนวน 23 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้หญิงเสียชีวิต 2 คน และผู้หญิงได้รับบาดเจ็บ 15 คน
ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย พุทธ มุสลิม ฮินดู คริสต์ เจ้าหน้าที่หรือประชาชนก็ไม่ควรมีใครละเมิดสิทธิในชีวิต รัฐมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้บุคคลใดก็ตามมาพรากชีวิตด้วยการกระทำที่โหดร้ายและการละเมิดต่อกฎหมายภายในประเทศ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
...
การติดตามสืบสวนสอบสวนคดีนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรมมาลงโทษจะยุติวงจรความรุนแรงและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพที่จะต้องมีความร่วมมือจากทุกฝ่าย
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายมีการยืนยันถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากตัวเลขจำนวนเหตุการณ์ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และแนวทางของรัฐบาลที่จะใช้กระบวนการพูดคุยในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน จากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อเป็นการลดเงื่อนไขการใช้ความรุนแรงตอบโต้ต่อกัน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินการต่อไปนี้ 1.ขอให้รัฐบาลนำคนผิดมาลงโทษโดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม
เคารพหลักการด้านสิทธิมนุษยชน ปราศจากอคติ
2.ขอให้รัฐบาลศึกษาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนหลังจากที่ไม่เกิดมานานกว่า 7 เดือน และดำเนินการในการวางมาตรการป้องกันและแก้ไขสาเหตุที่เกิดขึ้น
3.รัฐบาลจะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามนโยบายที่นำเสนอต่อสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างสันติภาพโดยใช้แนวทาง “สันติวิธี” เราขอปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในทุกพื้นที่
ขอให้ทุกฝ่ายในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานนี้เคารพในหลักการที่สำคัญคือ “หลักกฎหมายมนุษยธรรม” และขอเรียกร้องต่อผู้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้...
หนึ่ง...ขอเรียกร้องให้ผู้ใช้ความรุนแรงยุติการใช้ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนและเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีอาวุธตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นข้อกฎหมายสงครามหรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ
สอง...ขอเรียกร้องให้ผู้ใช้ความรุนแรงทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้าร่วมในกระบวนการสันติภาพ และแสดงเจตจำนงในการปกป้องประชาชนให้ประชาชนรับทราบในวงกว้าง
“การยุติความรุนแรง” ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนและสาธารณะ โดยขอให้ประชาชนควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับชุมชน และตระหนักว่ายังคงมีความขัดแย้งที่ต้องคำนึงถึงการสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและชุมชนตลอดเวลา
ผู้ร่วมแถลงการณ์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มูลนิธิศักยภาพชุมชน กลุ่มด้วยใจ องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส เครือข่ายชุมชนศรัทธา นายมูฮัมหมัดอายุบ เจ๊ะนะ
แถลงการณ์ฉบับสุดท้าย จาก “เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ” ขอแสดงความเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต...การก่อเหตุและสร้างความรุนแรงที่ไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นการกระทำอันโหดร้ายต่อคนที่ไม่มีอาวุธและไม่ใช่เป็นคู่ต่อสู้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ที่มีสิทธิ มีชีวิตรอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำในพื้นที่ตลาด เป็นที่ซึ่งมีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก
กลุ่มคนที่กระทำจึงเป็นกลุ่มคนที่ควรถูกประณามจากสาธารณชนอย่างยิ่ง เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ขอวิงวอนไปยังผู้มีส่วนในการสร้างความขัดแย้งที่ใช้อาวุธ...ขอให้รัฐจับกุมผู้ก่อเหตุในครั้งนี้โดยเร็ว
พร้อมทั้งเตรียมพร้อมเพื่อมิให้มีการก่อเหตุซ้ำ...ขอให้ทุกฝ่ายและทุกกลุ่มที่มีส่วนร่วมของความขัดแย้ง เข้าร่วมพูดคุย “สันติสุข” หรือ “สันติภาพ” โดยเร็ว...ขอให้กลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆในพื้นที่ยุติการกระทำที่สร้างความรุนแรงต่อพลเรือน และผู้อ่อนแอ...ขอเรียกร้องให้องค์กรต่างๆและพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศร่วมลงนามหรือออกแถลงการณ์ประณามและแสดงให้เห็นว่า...
“ประชาชนไม่เอาความรุนแรง”
...
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมออกแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเยี่ยมเหยื่อและผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน...“เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ” 22 มกราคม 2561
เนิ่นนานหลายปีมาแล้วมีการพูดคุยถึง “ทางเลือกกลางไฟใต้ เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร?” เวทีนโยบายสาธารณะ “ชายแดนใต้จัดการตนเอง” มีหลายประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะลดดีกรีความรุนแรง
ประเด็นเชิงนโยบายที่ควรเดินหน้าและเป็นไปในการกระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมเสมอภาค การเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้มีการต่อรองกันได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ “ความรุนแรง” เข้าห้ำหั่นกัน
คำตอบสุดท้ายเกี่ยวกับปัญหาที่ซับซ้อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือการกลับมาสู่พื้นฐาน เป็นคำตอบในเรื่อง “สิทธิของพลเมือง” ในระบอบการเมือง “ประชาธิปไตย” เป็นเรื่องราวและการสนทนาในประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิของความเป็นมนุษย์ และการใช้เหตุผลส่วนบุคคลที่จะเลือกตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์ ความรู้สึกที่ครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งจะรวมทั้งการใช้เหตุผลในการพูดคุย ปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันของคนทุกคนในสังคม
เหตุการณ์...ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปลายยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นขึ้นมาให้เราเห็น ยังมีเงื่อนปมสำคัญอีกมากมายที่ซ่อนเร้นฝังไว้อยู่ข้างใต้ จะคลี่คลายลงได้ง่ายๆคงเป็นไปได้ยาก
สำหรับเรื่อง “สันติภาพ”... “สันติสุข” จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ดังที่เนลสัน แมนเดลา ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณต้องการสร้างสันติภาพกับศัตรูของคุณ คุณจะต้องทำงานกับพวกเขา แล้วพวกเขาจะกลายมาเป็นหุ้นส่วนของคุณ”.