จากกรณีเรือสปีดโบ๊ต ชื่อ คิงโพไซดอน 959 ของบริษัท แอบเปิ้ลทริป จำกัด ที่ประสบเหตุเครื่องยนต์ระเบิดและเกิดไฟลุกไหม้ ลูกทัวร์นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับบาดเจ็บ 16 ราย เหตุเกิดที่หน้าถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพีเล หมู่ 7 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
หลายฝ่ายวิ่งเต้นไปตามกัน หาสาเหตุเกิดจากอะไร ใครต้องรับผิดชอบ ต่างฝ่ายปัดความรับผิดชอบ
กลายเป็นปัญหาเดิมๆ พอมีเหตุเกิดขึ้น หน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้ามา แต่เวลาผ่านไป สุดท้ายไม่พ้น “หย่อนยาน” เหมือนเดิม
สุดท้ายแก้อะไรไม่ได้
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นโจทย์ใหญ่กระทบต่อความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เห็นปัญหา ปล่อยไว้ไม่ได้ แม้ยังสรุปสาเหตุไม่ได้ แต่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.บก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เดินทางมาตรวจจุดเกิดเหตุ ร่วมหารือกับทางจังหวัด และผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธาน
พบตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ 5 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมาของจังหวัดกระบี่ แต่มีเพียงครั้งเดียวที่เป็นเหตุระเบิดกลางทะเล สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความรู้ ประสบการณ์ หรือความประมาทของนายท้ายเรือ
ตำรวจท่องเที่ยววางมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ และกำชับการดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ เน้นผู้ประกอบการให้ความสำคัญ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
กรมเจ้าท่า ได้เสนอให้เพิ่มอายุของนายท้ายเรือจาก 18 ปีเป็น 20 ถึง 22 ปี
เพิ่มความเข้มในการสอบใบประกาศนายท้ายเรือ
ไม่ปล่อยให้นายท้ายเรือที่ไม่มีใบอนุญาต ขาดประสบการณ์ มาขับเรือ ลดค่าจ้างที่แพงหวังแค่ผลกำไรการประกอบกิจการนำเที่ยว
แต่ไม่สนใจชีวิตนักท่องเที่ยว
ความใส่ใจของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ
หามาตรการร่วมกัน แก้ปัญหาต้นตอสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดจากนายท้ายเรือ บางคนที่ขาดประสบการณ์ และผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลยไม่สนใจความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แก้ที่ต้นเหตุ
ไม่ปล่อยทิ้งปัญหา นักท่องเที่ยวอุ่นใจ.
“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th