ตร.ตรัง หอบสำนวนคดีอุ้มฆ่า "น้องบาส" เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ส่งฟ้องชั้นอัยการ โดยใช้เวลาทำสำนวนแค่ 50 วัน ขณะที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะผู้ต้องหาเป็นตำรวจ ส่วนคดีทางวินัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง...



เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. 60 ที่สำนักงานอัยการจังหวัดตรัง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง พร้อมด้วย พ.ต.ต.โอภาส ไชยบุญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.เมืองตรัง ได้นำสำนวนคดี จำนวน 1,051 แผ่น นำส่งฟ้องชั้นอัยการ จ.ตรัง สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการฝากขังครั้งที่ 6 ต่อครั้งที่ 7 



คดีนี้สืบเนื่องจากแก๊งคนร้ายร่วมกันก่อเหตุอุ้มฆ่า นายนเรนทร์ฤทธิ์ สุวรรณโณ หรือ น้องบาส อายุ 17 ปี เด็กหนุ่มชาว จ.สงขลา จ่อยิงที่ศีรษะแล้วลากศพลงทิ้งใต้น้ำ เหตุเกิดบนสะพานคลองลำภูรา ม.1 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ต่อมา ทางตำรวจได้จับกุมตัว นายวิชาญ หนูสีคง อายุ 53 ปี พ่อแฟนสาวของผู้ตาย ก่อนขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1. พ.ต.อ.รัฐระวี ไชยชนะ อายุ 48 ปี ผกก.อก.ภ.จว.ยะลา 2. นายวิเวท ไชยชนะ อายุ 45 ปี 3. ด.ต.อนันต์ จันทร์คง อายุ 48 ปี สังกัด บก.ภ.จว.สงขลา 4. ด.ต.ชัยธวัช หรือ สายัญ กิตติเวชวรกุล อายุ 48 ปี สังกัด บก.ภ.จว.ตรัง และ 5. นายศักดิ์นรินทร์ หรือ โอ อ่อนช่วย อายุ 30 ปี 



กระทั่งวันที่ 10 ต.ค. 60 ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ถูกนำตัวมาที่ จ.ตรัง และแยกตัวกันสอบสวน จนนำไปสู่การดำเนินการฝากขังศาล จ.ตรัง และได้แจ้ง 4 ข้อหา 1. ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว 2. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรอง 3. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองฯ 4. พกพาอาวุธปืน และซ่อนเร้นศพ ต่อมาผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด รายละ 5 แสนบาท แต่ปรากฏว่าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากว่าพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาโหดเหี้ยม มีการวางแผนทำงานกันเป็นทีม และเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกรงจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีและประจักษ์พยาน ก่อนนำตัวส่งเข้าเรือนจำตรัง เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 60 ที่ผ่านมา



...

ขณะที่ พ.ต.ท.ประเสริฐ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ การทำสำนวนคดีเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่หนักใจ ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งกำชับให้ดำเนินให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ให้รวบรวมอย่างมีระบบตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ สำหรับตัวผู้ต้องหายังไม่ได้รับการประกันตัวแม้แต่คนเดียว ที่ผ่านมาได้มีการยื่นประกันมากกว่า 1 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้ประกัน ส่วนคดีทางวินัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ได้แจ้งไปยังต้นสังกัดของผู้ต้องหาทราบทั้งหมด ตั้งแต่วันที่แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งขณะนี้ตั้งคณะกรรมการอยู่ในระหว่างการตรวจสอบสำรวจข้อเท็จจริง ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสั่งพักราชการ หรือให้ออกจากราชการหรือไม่ จากการรวบรวมพยานหลักฐานตั้งแต่วันที่เกิดเหตุมาจนถึงวันนี้ อยู่ในระหว่างฝากขังครั้งที่ 6 ต่อครั้งที่ 7 และสำนวนเอกสาร จำนวน 1,051 แผ่น จำนวน 52 รายการ จำนวน 2 แฟ้ม เป็นพยานหลักฐานปรากฏยืนยันความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ได้อย่างชัดเจน.