ปภ. รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด ตั้งแต่ 25 พ.ย.–13 ธ.ค.60 เดือดร้อนกว่า 158,284 ครัวเรือน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์สู่ภาวะปกติโดยเร็ว...
วันที่ 13 ธ.ค.60 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.–13 ธ.ค.60 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร นราธิวาส นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ รวม 121 อำเภอ 823 ตำบล 5,983 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 515,406 ครัวเรือน 1,654,600 คน เสียชีวิต 29 ราย
สำหรับ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ สตูล ยะลา นราธิวาส ชุมพร และปัตตานี ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด รวม 34 อำเภอ 227 ตำบล 1,759 หมู่บ้าน 158,284 ครัวเรือน 475,371 คน ประกอบด้วย
-สงขลา ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนางกล่ำ และอำเภอระโนด รวม 43 ตำบล 282 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 40,786 ครัวเรือน 114,844 คน
- พัทลุง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม 42 ตำบล 210 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,645 ครัวเรือน 130,832 คน
- ตรัง ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอกันตัง รวม 2 ตำบล 10 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ 160 ครัวเรือน 1,101 คน
- นครศรีธรรมราช ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 17 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอบางขัน อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอทุ่งสง อำเภอปากพนัง อำเภอสิชล อำเภอฉวาง อำเภอนบพิตำ อำเภอหัวไทร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพรหมคีรี อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอช้างกลาง อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอท่าศาลา และอำเภอถ้ำพรรณรา รวม 100 ตำบล 1,005 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 68,441 ครัวเรือน 207,499 คน
- สุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอ พระแสง อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอพุนพิน รวม 40 ตำบล 252 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,252 ครัวเรือน 21,095 คน
...
อย่างไรก็ตาม ปภ. ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.