ภาพ : มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย

ชีวิตใหม่ 'โคล่า' สุนัขภูเก็ต ถูกคนใจร้ายใช้มีดสับขาหน้าทั้ง 2 ข้างอย่าโหดเหี้ยม ได้ขาเทียมสุดไฮเทค คู่แรกของเอเชีย โดยได้แนวคิดจากขาเทียมของเหล่านักวิ่งพาราลิมปิก ...

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจอห์น ดัลลีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย หรือ ซอย ด็อก (Soi Dog Foundation) ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงความสำเร็จในการผลิต และติดตั้งขาเทียมให้กับเจ้าตูบ 4 ขา “โคล่า” ลูกสุนัขเคราะห์ร้ายถูกทำร้ายจนขาทั้งสองข้างขาด ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ให้กลับมามีอิสระได้อีกครั้งว่า นางจิลล์ ดัลลีย์ ซึ่งเป็นภรรยา และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยเช่นเดียวกัน ได้พบเห็นเหตุการณ์ เพื่อนบ้านที่กรุงเทพฯ ได้ใช้มีดสับขาหน้าทั้งสองข้างของเจ้าโคล่า หลังไปกัดรองเท้าจนขาด จึงช่วยเหลือก่อนนำโคล่ามายังมูลนิธิที่ จ.ภูเก็ต เพื่อดูแลรักษา

ทั้งนี้ ภรรยาของตนรู้สึกผูกพันกับเจ้าโคล่าในทันที เนื่องจากเธอเองสูญเสียขาทั้งสองข้างจากสภาวะโลหิตเป็นพิษ ซึ่งเกือบคร่าชีวิตเธอมาแล้ว ก่อนที่เธอได้รับขาเทียมจากคุณหมอ เบงท์ โซเดอร์เบิร์ก ผู้ซึ่งเปิดศูนย์กายอุปกรณ์เสริมและเทียม (Scandinavian Orthopedic Laboratory) ใน จ.ภูเก็ต และยังเป็นผู้บริหารศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านกายอุปกรณ์ที่ทันสมัยระดับโลกที่โรงพยาบาลศิริราช จิลล์จึงได้สอบถามคุณหมอเบงท์เกี่ยวกับขาคู่ใหม่ของโคล่าว่า สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งคุณหมอเบงท์ยินดีที่จะทดลองประดิษฐ์ให้ในเวลาต่อมา

...

โดยขาเทียมคู่เดิมของโคล่านั้น เป็นแบบไฟเบอร์กล๊าสที่ไม่มีความยืดหยุ่น และมีน้ำหนักมาก หมอเบงท์จึงได้ประดิษฐ์ขาเทียมรูปแบบใหม่ โดยได้แนวคิดจากขาเทียมของเหล่านักวิ่งพาราลิมปิกนั่นเอง และหลังจากการใส่ขาเทียมคู่ใหม่ พบว่ามันเยี่ยมมาก

“โดยปกติแล้ว สุนัขจะเรียนรู้การใช้ขาเทียมได้เร็วกว่ามนุษย์ และผมรู้สึกดีมากๆ ที่ได้เห็นโคล่า วิ่งและเล่นได้เหมือนสุนัขทั่วๆ ไปอีกครั้ง ตอนที่ถูกตัดขาอย่างโหดเหี้ยม โคล่าอายุเพียงหกเดือนเท่านั้น แล้วโคล่าเองเหมือนลูกสุนัขทั่วๆ ไปที่ชอบกัดชอบเคี้ยวอะไรที่อยู่ใกล้ๆ ตัว รวมถึงรองเท้าของเพื่อนบ้านคนที่ตัดขามันด้วย พวกเรามีความสุขมากที่ได้เห็นโคล่าวิ่งด้วยขาคู่ใหม่ น่าเสียดาย ที่จิลล์ ภรรยาของตนไม่มีโอกาสได้เห็นโคล่ากับขาคู่ใหม่ เพราะเธอเสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเองจึงทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโคล่าในขณะนี้”

ด้านหมอเบงท์ รู้สึกยินดีกับความสำเร็จที่ท้าทายครั้งนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า “จิลล์เสียขาทั้งสองข้างเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และเขาเป็นคนที่ประดิษฐ์ขาเทียมให้กับเธอ ก่อนที่ตอนที่จิลล์บอกเขาว่าเธอมีสุนัขตัวหนึ่งที่เสียขาหน้าทั้งสองข้าง เขารู้เลยว่าผมต้องช่วยสุนัขตัวนี้ให้ได้ โคล่าเป็นสุนัขตัวแรกที่เขาทำขาเทียมชนิดนี้ให้ โดยเราได้ปรับขาเทียมคู่นี้ให้ใช้ได้สะดวกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยใช้เวลาคิดค้นและประดิษฐ์ขาเทียมคู่นี้ประมาณ 1 ปี เพื่อที่จะให้มีความใกล้เคียงกับขาเทียมของนักกีฬามืออาชีพที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกที่สุด โดยใช้วัสดุเดียวกันคือ คาร์บอนไฟเบอร์ ใช้โครงสร้างแบบเดียวกัน และใช้ตัวรองรับแบบเดียวกัน ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของโคล่ามีความยืดหยุ่นสูง ทำให้โคล่าสามารถวิ่ง และเล่นได้เหมือนสุนัขตัวอื่นๆ"

สำหรับมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยก่อตั้งขึ้นที่ จ.ภูเก็ต ในปี 2546 และพัฒนาขึ้นเป็นองค์กรการกุศลด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์จรจัดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันนอกจากการช่วยเหลือสัตว์ที่ป่วยและบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งหาผู้อุปการะเลี้ยงดูให้กับสัตว์จรจัดเหล่านั้นแล้ว (ในปี 2560 มีสุนัขและแมวกว่า 600 ตัวได้รับการอุปการะจากทั่วทุกมุมโลก) มูลนิธิฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมประชากรสุนัขโดยการทำหมัน และฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยมูลนิธิฯ สามารถทำหมันให้สุนัขได้ประมาณเดือนละ 5,000 ตัว และได้ทำหมันให้สุนัขไปแล้วรวมเกือบ 200,000 ตัว นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงประชากรสุนัขจรจัดกว่า 80% ในภูเก็ตด้วย ซึ่งส่งผลให้ประชากรสุนัขจรจัดใน จ.ภูเก็ต ลดลงอย่างมาก และทำให้ภูเก็ตได้รับการประกาศเป็นจังหวัดที่ปลอดเชื้อพิษสุนัขบ้าแห่งแรกในประเทศไทย

และในขณะนี้มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยกำลังวางเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น โดยการลดประชากรสุนัขจรจัดในเขตกรุงเทพฯ และเกาะสมุย อีกบทบาทสำคัญของมูลนิธิฯ คือ การกวาดล้างขบวนการค้าเนื้อสุนัขที่ลักลอบ และขโมยสุนัขจากในไทยทั้งที่จรจัด และที่มีเจ้าของ ส่งไปขายยังประเทศลาวและเวียดนาม ที่ซึ่งมีการชำแหละสุนัขอย่างทารุณ.

...