ไลฟ์สไตล์
100 year

หนุ่มนักดำน้ำโพสต์ภาพ ฉลามหายาก 2 ชนิด ในทะเลไทย โผล่ แพปลา ภูเก็ต

ไทยรัฐออนไลน์
17 ส.ค. 2560 06:41 น.
SHARE

หนุ่มนักดำน้ำโพสต์ภาพฉลามหายาก 2 ชนิด ถูกเรือประมงจับส่งขายแพปลา ที่ภูเก็ต ตัดพ้อดำน้ำแทบตายไม่เจอ มาเจอในแพปลา

วันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Saranu Pinjaroen ซึ่งเป็นนักดำน้ำได้โพสต์ภาพฉลามไม่ทราบชนิดจำนวนนับสิบตัว ที่กองเรียงรายอยู่บนพื้นพร้อมระบุข้อความว่า “Very sad”-“พอได้เห็นก็รู้สึกเศร้า” โดยหลังมีการโพสต์ภาพดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาสอบถามและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความกังวลว่า ฉลามหายากจะหมดไปจากทะเลไทย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ฉลามเหล่านี้ถูกจับขึ้นมา เพราะเงินค่าตอบแทนที่สูง ทั้งนี้ ผู้โพสต์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ภาพดังกล่าวได้ถ่ายไว้ที่แพปลาแห่งหนึ่งใน ต.รัษฏา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมระบุว่า “เศร้าเลย ดำน้ำแทบตายไม่เจอ มาเจอในแพปลา”

ข่าวแนะนำ

สำหรับฉลามในภาพที่ปรากฏนั้น เมื่อสังเกตอย่างละเอียดพบว่า มีลักษณะคล้ายกับฉลามเสือ (Tiger shark) ซึ่งเป็นฉลามที่พบไม่มากในประเทศไทย และอีกชนิดเป็นฉลามหูดำ หรือ ฉลามครีบดำ (Blacktip Reef Shark) ซึ่งพบได้บ่อยในแนวปะการังของทะเลอ่าวไทย และอันดามัน แต่ก็มีจำนวนน้อยลง

ทั้งนี้ ฉลามเสือ มีลักษณะรูปร่างอ้วนป้อม ปากกว้าง ปลายปากสั้นและทู่ ลำตัวเรียวไปทางปลายหาง คอดหางมีสันชัดเจน ครีบหางเรียวและมีปลายแหลม มีฟันใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม มีขอบหยักเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย พื้นลำตัวและครีบสีน้ำตาลหม่น มีลายพาดขวางตลอดข้างหลัง และหางคล้ายลายของเสือโคร่ง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก ซึ่งลายนี้อาจแตกเป็นจุดกระจายอยู่ทั่วไป หรือจางหมดไปเมื่อโตขึ้น ท้องมีสีจาง ฉลามเสือเมื่อโตเต็มที่มีขนาดประมาณ 5 เมตร แต่ตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบ คือ 7 เมตร น้ำหนักหนักที่สุด คือ 807.4 กิโลกรัม พบกระจายว่ายหากินอยู่ทั่วไปในน่านน้ำเขตอบอุ่นทั่วโลก มีพฤติกรรมชอบหากินตามแนวปะการัง หรือ บริเวณใกล้ชายฝั่งหรือบริเวณปากแม่น้ำ โดยอาศัยตั้งแต่ระดับผิวน้ำจนถึงความลึก 140 เมตร ปกติมักอยู่ลำพังเพียงตัวเดียวและหากินในเวลากลางคืน ว่ายน้ำได้คล่องแคล่ว ว่องไวมาก มีอาณาเขตในการหากินกว้าง 100 ตารางกิโลเมตร โดยที่อาหาร ได้แก่ ปลาและสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ เช่น เต่าทะเล รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในทะเล เช่น แมวน้ำหรือสิงโตทะเลด้วย ฉลามเสือได้ชื่อว่า เป็นปลาที่กินไม่เลือก เหมือนเช่น ปลาฉลามขาว (Carcharodon carcharias) เพราะมักเจอสิ่งที่ไม่ใช่อาหารในกระเพาะเสมอ เช่น ยางรถยนต์ กระป๋องน้ำ เศษไม้หรือพลาสติก ซึ่งล้วนแต่เป็นขยะที่มนุษย์โยนทิ้งลงทะเลทั้งสิ้น

ฉลามเสือ นับได้ว่า เป็นปลาอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายต่อมนุษย์ เพราะมีนิสัยดุร้าย และมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เลือก ในพื้นที่ทะเลของไทยนับได้ว่า เป็นปลาที่อาจทำร้ายมนุษย์หรือนักดำน้ำได้ ร่วมกับฉลามหัวบาตร (Carcharhinus leucas) และ ฉลามครีบดำ (C. melanopterus) โดยสถานที่ๆมีรายงานฉลามเสือทำร้ายนักดำน้ำ หรือนักโต้คลื่นมากที่สุด คือ ฮาวาย เชื่อว่าเกิดจากเหตุที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว จึงทำให้ฉลามเสือเห็นกระดานโต้คลื่นผิดไปเป็นแมวน้ำ ซึ่งเป็นอาหาร กอรปกับการที่มีเต่าทะเล ซึ่งเป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งกระจายพันธุ์สูงด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับในปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายคุ้มครองฉลามที่ชัดเจน มีเพียงฉลามวาฬเพียงชนิดเดียว ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2546 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

(ขอบคุณ ภาพจาก Saranu Pinjaroen)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฉลามหายากแพปลาภูเก็ตหนุ่มนักดำน้ำโพสต์ภาพเรือประมงจับส่งขายทะเลไทยข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564 เวลา 17:56 น.