โจรเหี้ยม! ปล้นรถจับตัวประกันแล้วฆ่า ก่อนนำรถไปถล่มฐานทหารเกิดปะทะเดือด ที่ จ.ปัตตานี ทหารสั่งปิดล้อมพื้นที่ค้นละเอียดที่สุด เร่งล่าตัว จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.อ.มานิตย์ ชนะกาญจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.2513 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 จนเกิดการปะทะกัน และยังก่อเหตุกราดยิงใส่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง เหตุเกิดพื้นที่ ม.4 บ้านท่าด่าน ต.ดอนรัก หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยกำลังร่วมในพื้นที่นำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก. พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 8 นาย ยืนคุมพื้นที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าฐานหลังจากเกิดเหตุปะทะกับคนร้าย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิด จำนวน 2 จุด อยู่บริเวณหน้าฐานและพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และอาก้า ซึ่งเป็นของคนร้ายตกเกลื่อนบนถนนกว่า 80 ปลอก นอกจากนี้ ยังพบบ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่ใกล้ฐานถูกคนร้ายกราดยิงได้รับความเสียหาย จำนวน 3 หลัง โดยหลังแรกบ้านเลขที่ 13 ของ นาง มณฑี พรหมสะอาด หลังที่สองบ้านเลขที่ 53/4 ของ นายจิต ธนูสังข์ และหลังที่สามบ้านเลขที่ 53/3 ของ นายประจักษ์ นิมมานรัตน์ ทั้งสามหลังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า พบรถกระบะต้องสงสัยตกอยู่ในคลองชลประทาน พื้นที่ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ห่างจากจุดปะทะ ประมาณ 3 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คซ์ สี่ประตู สีขาว ทะเบียน ขค 7214 สงขลา สภาพด้านหน้าห้องเครื่องจมน้ำ ส่วนห้องโดยสารและท้ายกระบะอยู่บนเนินดิน จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุโจมตีฐาน เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่า ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 1 ราย อยู่ที่นั่งหลัง พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.จึงได้ประสานไปยังรถยกทำการกู้ขึ้นมาก่อนจะนำศพผู้เสียชีวิตออกมาชันสูตร ทราบชื่อ นายสาแม มีนา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.ปะกาฮารัง ซึ่งเป็นเจ้าของรถ สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะและแขนขวา 2 นัด ภายในรถยังพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 กว่า 10 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

...

จากการสอบสวนทราบชื่อ รถกระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5-6 คน ปล้นมาจากผู้ตายพื้นที่ ม.7 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก ขณะกำลังเดินทางไปธุระตามลำพัง โดยคนร้ายได้ปล้นรถแล้วจับตัวผู้ตายไว้ในรถเป็นตัวประกันก่อนจะนำไปก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการในคราวเดียวกัน โดยที่คนร้ายขับรถมาจากเส้นทางสายดอนรัก-ท่าด่าน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าฐาน คนร้าย 2 คน ลงจากรถก่อนขว้างระเบิด ชนิดไปป์บอมใส่ฐาน จำนวน 2 ลูก จนเกิดระเบิดขึ้น คนร้ายที่เหลือใช้อาวุธสงคราม 3 กระบอกถล่มยิงเจ้าหน้าที่ในฐานจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาที คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งขึ้นรถก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่บ้านประชาชน ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน แต่รถเกิดเสียหลักตกในคลองไม่สามารถหลบหนีไปได้ คนร้ายจึงต้องทิ้งรถก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ส่วนผู้ตายเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะฆ่าปิดปาก เนื่องจากหากปล่อยตัวอาจจะเป็นพยาน

ด้าน พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวที่เชื่อมโยงในการปล้นรถกระบะ แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ก่อนจะนำระเบิดไปซุกในรถแล้วขับไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ ที่ห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา และเชื่อว่า ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่คนร้ายได้ปล้นรถชาวบ้านแต่กลับจับเจ้าของรถเป็นตัวประกัน ก่อนจะนำรถกระบะและตัวประกันไปร่วมก่อเหตุโจมตีฐานทหาร แต่ทหารได้มีการระวังป้องกันตลอดเวลา คนร้ายจึงไม่สามารถตีฐานและทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้ จนถูกยิงตอบโต้คนร้ายจึงต้องหลบหนี แต่ระหว่างหลบหนีด้วยความเร็วรถเกิดเสียหลักตกในคลองชลประทาน คนร้ายจึงตัดสินใจยิงผู้ตายทิ้งก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งหากคนร้ายหลบหนีไปได้เชื่อว่า รถกระบะคันดังกล่าว น่าจะถูกนำไปซุกระเบิด เพื่อก่อเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่แน่นอน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมสุนัขดมกลิ่นออกไล่ล่าคนร้าย เนื่องจากเชื่อว่า คนร้ายน่าจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บด้วย ในช่วงปะทะและคาดว่าน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากแนวร่วมในพื้นที่ จึงได้เน้นกำชับให้ปิดล้อมตรวจค้นอย่างละเอียดที่สุด เพื่อจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้.