ตร.จราจรอุดรฯ ผู้ที่เคยได้รับฉายา "ตร.ฮีโร่" โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หดหู่ใจหลังเข้าไปช่วยเหลือปั๊มหัวใจสองแม่-ลูกแล้วเสียชีวิต หลานบาดเจ็บเนื่องจากขาดเครื่องมือ AED จึงวอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคเครื่อง AED เพื่อให้ ตร.จร.ได้พกพาในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้นจากกรณีอุบัติเหตุท้องถนน...

ตำรวจจราจรเมืองอุดรฯ ที่เคยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตหญิงสาวผูกคอตาย จนเป็นข่าวดังคนยกให้เป็นตำรวจฮีโร่ เมื่อช่วงปลายปี 58 และวานนี้ได้เข้าช่วยเหลือปั๊มหัวใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ถึง 3 คน แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ไม่สามารถปั๊มหัวใจช่วยเหลือชีวิตได้ เพราะขาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น วันนี้จึงโพสต์เฟซบุ๊ก และแจ้งกับทางผู้สื่อข่าว วอนผู้ใจบุญบริจาคเครื่องมือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ที่เรียกว่าเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED เพราะเป็นตำรวจจราจร จะไปถึงที่เกิดเหตุก่อนใคร

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการพูดคุยกับ จ.ส.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองอุดรธานี หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "เจริญ จันทร์รักษ์" พร้อมคลิปวิดีโอ ขณะกำลังปั๊มหัวใจช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ กลางเมืองอุดรธานี ทำให้มีผู้ที่มากับรถ จยย.3 คน เป็นผู้ใหญ่ 1 คน และลูกชายนักเรียนชั้น ป.5 และมีเด็กชายอีก 1 คน เรียนชั้น ม.3 บาดเจ็บสาหัส โดยระบุข้อความ และมีผู้นำมาแชร์ต่อออกไป โดยข้อความระบุว่า “ในชีวิตผมไม่เคยหดหู่และน้ำตาไหลมันไหลออกมาตอนไหนไม่รู้ครับ กับการช่วยชีวิตเด็ก 2 คน ถูกรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม่เสียชีวิตที่เกิดเหตุ ซึ่งเด็ก 2 คนนั้นรุ่นๆ ลูกผม ผมเป็นพ่อ ผมรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ ถ้ามีเครื่อง AED มาช่วยน้องคงมีแรงสู้ต่อ อยากขอกราบขอรับบริจาคเครื่อง AED นี้ ไว้ช่วยเหลือประชาชน ท่านพ่อค้า คหบดี นักธุรกิจ ศิลปิน ดารา ประชาชนทั่วไป ผู้มีใจเป็นกุศล อยากทำบุญซื้อเครื่อง AED นี้ มาบริจาค (ไม่รับเป็นเงินครับไม่อยากมีข้อครหา) #คืนนี้ผมจะนอนกอดลูกผม”

...

จ.ส.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร เปิดเผยว่า เครื่อง AED เป็นเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่คนจะใช้เครื่องนี้ได้ต้องผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินมาก่อน แต่ก่อนจะใช้เราจะต้องรายงานไปยังศูนย์สั่งการของแต่ละโรงพยาบาลว่า เราจะใช้เครื่องนี้กับผู้ป่วยที่มีอาการเป็นอย่างไร ซึ่งเครื่อง AED นี้สามารถพกพาได้ สามารถใส่ในกระเป๋าข้างรถจักรยานยนต์ได้ โดยราคาเครื่อง AED จะอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นถึง 1 แสนบาท

“การที่ผมต้องการเครื่องมือ AED เนื่องจากผมอยู่งานจราจร และพบเห็นอุบัติเหตุบนพื้นผิวการจราจรบ่อยมาก บางครั้งพบคนเจ็บมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทั้งคนจมน้ำ อุบัติเหตุ หรือคนไข้หมดสติ สามารถใช้เครื่อง AED ช่วยเหลือได้เบื้องต้น ที่ผ่านมาผมเคยปั๊มหัวใจช่วยชีวิตคนเจ็บมาหลายครั้ง เคยผ่านการอบรม ER การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นมาแล้ว และเคยผ่านการฝึกการใช้เครื่อง AED มาแล้ว ซึ่งตัวเองวันไหนที่ว่างจากการเข้าเวรปกติที่โรงพัก ตนก็จะออกไปกับหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อไปฝึก ไปเรียนวิชา ให้เกิดความชำนาญมากยิ่งขึ้น”

จ.ส.ต.เจริญ เล่าอีกว่า แต่เหตุเมื่อวานนี้ ฝรั่งขับรถชนแม่ลูกตาย หลานบาดเจ็บสาหัส ทำให้ตนหดหู่ใจที่สุด เพราะว่าเหตุเกิดกับเด็กนักเรียน ที่เป็นเยาวชน ที่เหมือนกับเป็นลูกหลานของเรา ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เกิดอย่างนี้ขึ้น เราในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน ก็ได้เข้าไปช่วย และเยาวชนคนที่เสียชีวิตก็มีอายุเท่ากับลูกของเรา โดยวานนี้ผมทั้งทำงาน ทั้งร้องไห้ กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

“หากได้เครื่อง AED มา ผมคิดว่าคงจะช่วยชีวิตชาวบ้านได้อีกเยอะ ทั้งกับผู้ป่วย ผู้ประสบอุบัติเหตุ ที่จะเป็นการช่วยชีวิตในเบื้องต้นได้ จนกว่าจะไปถึงโรงพยาบาล หรือก่อนที่หน่วยกู้ชีพจะมารับตัวผู้ป่วยไป เพราะส่วนใหญ่แล้วเราจะไปถึงจุดเกิดเหตุก่อนใคร เพราะเราไปรถจักรยานยนต์ที่คล่องตัวกว่า อุดรธานีเป็นเมืองใหญ่ที่การจราจรคับคั่ง ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการไว้ว่า หากเกิดเหตุอะไรทางจราจรต้องรีบเข้าไปยังจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ทันท่วงที”

หากมีผู้ใดที่ต้องการบริจาคเครื่อง AED ให้กับตำรวจฮีโร่คนนี้ สามารถติดต่อกับทางเจ้าตัว จ.ส.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ได้โดยตรง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-599-6578 เพราะเจ้าตัวบอกอยากได้เป็นเครื่อง AED โดยตรง ไม่อยากรับเป็นเงินบริจาค ป้องกันการครหา.