อัตวินิบาตกรรม!! "หลวงพี่" พระลูกวัดป่าโนนสง่า ห้วยหินลาด เมืองอุดรธานี ป่วยโรครุมเร้า ตัดสินใจใช้เชือกผูกคอลาโลก พร้อมเขียนข้อความลาตายในสมุด "ขอขมากรรมพ่อแม่ และครูบาอาจารย์"...
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 31 พ.ค. พ.ต.ต.ศิริชัย โพธิจักร สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า นายเฉลิมชัย รักสุทธี กำนันตำบลนิคมสงเคราะห์ โทรศัพท์แจ้งว่ามีเหตุพระลูกวัดป่าโนนสง่า ห้วยหินลาด ม.7 บ้านโนนสง่า ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี ผูกคอเสียชีวิตภายในกุฏิ โดยพระผู้ตายเขียนจดหมายสั่งลา ก่อนตัดสินใจใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตจึงออกไปตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมธาธรรมสถาน ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านโนนสง่าประมาณ 30 คน ซึ่งจะมาทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พบศพพระพงษ์พันธุ์ สีลาคุปต์ อายุ 44 ปี ชาว ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ใช้เชือกไนลอนสีเหลืองผูกคอกับชื่อกุฏิ เสียชีวิตมาประมาณ 8 ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกายและรอบบริเวณกุฏิไม่พบร่องรอยการต่อสู้ข้างศพพบสมุดเขียนข้อความโดยลายมือผู้ตายว่า "ขอขมากรรมพ่อแม่ และครูบาอาจารย์ฝากเผาศพให้ผมด้วย"
สอบสวนนายเดช บุญศิลป์ อายุ 47 ปี สารวัตรกำนันตำบลนิคมสงเคราะห์ ผู้พบสพคนแรก ให้การว่า พระพงษ์พันธุ์ บวชมาได้ 4 พรรษา เมื่อปี 2557 ธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ 1 พรรษา ก่อนธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดป่าแห่งหนึ่งในเขต อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ล่าสุด เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ ตนได้ขับรถไปรับที่ จ.หนองบัวลำภู หลังโทรศัพท์บอกให้ตนไปรับ เพื่อจะมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ไม่ขัดข้อง โดยพระผู้ตายเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ออกเดินบิณฑบาตทุกเช้าไม่เคยพูดปัญหาเรื่องสุขภาพ และเรื่องส่วนตัวให้ฟัง จนเช้าวันนี้ผิดสังเกตไม่เห็นพระพงษ์พันธุ์ จึงเดินไปดูพบว่าผู้คอเสียชีวิตภายในกุฏิเสียแล้ว ก่อนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
ส่วน นางแสงจันทร์ ลอยสงวน อายุ 76 ปี โยมอุปัฏฐาก วัดป่าโนนสง่าห้วยหินลาด เล่าว่า พระผู้ตายเคยผ่าตัดไตเมื่อครั้งธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ เมื่อปี 2557 ก่อนธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดป่าในเขต จ.หนองบัวลำภู และกลับมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ซึ่ง 2-3 วันที่ผ่านมา เคยบ่นให้ตนฟังว่า โรคเก่ารักษาไม่หายกลับมารุมเร้าบั่นทอนร่างกายอีก คาดว่าท่านคงเป็นทุกข์และทรมานกับโรคร้ายจึงตัดสินใจผูกคอลาโลก เพื่อจบปัญหา
ด้าน พ.ต.ต.ศิริชัย โพธิจักร สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง เปิดเผยว่า พระผู้ตายผูกคอตัวเองเพื่อหนีปัญหาโรคร้ายรุมเร้ามานานนับปี และพบขอข้อเขียนลงในสมุด ซึ่งชาวบ้านต่างยืนยันเป็นลายมือของผู้ตายเขียนเองและตรวจสอบตามร่างกายและรอบบริเวณ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด ซึ่งศพมอบให้ทางวัดดำเนินไปตามประเพณีของศาสนาและติดต่อญาติให้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไป.