สาววัย 21 ปี เคราะห์ร้าย พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ 3 ขวบ ซ้ำประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้ม กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราต้องนอนรักษาตัวที่บ้าน ตอนนี้ปู่กับย่ามีเพียงเบี้ยเลี้ยงคนชราที่เอาไว้ประทังทั้ง 3 ชีวิต ต้องการเครื่องซักผ้าและเงินซื้ออาหาร วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ..
วันที่ 12 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านโนนหัวช้างว่า มีปู่กับย่า ที่ชรามากแล้ว คอยดูแลหลานสาววัย 21 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุ กลายเป็นคนป่วยนอนติดเตียงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ที่บ้านเลขที่ 105 ม.13 บ.โนนหัวช้าง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ต้องการความช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีคนป่วยนอนติดเตียงในสภาพแน่นิ่ง ที่ท้ายทอยมีบาดแผล และเริ่มเป็นแผลกดทับ มีน้ำเหลืองซึมตลอดเวลา ที่บริเวณใต้ถุนบ้านหลังดังกล่าว โดยมี นางสมบัติ และนายเขน แก้วขาว ย่ากับปู่ คอยบีบนวดตามร่างกายให้คนป่วยตลอดเวลา โดยมีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาช่วยดูแลรวมทั้งเตรียมอาหารให้คนป่วยด้วย สำหรับคนป่วยที่นอนติดเตียงและไม่รู้สึกตัวทราบชื่อว่า น.ส.ปิยนุช แก้วขาว หรือน้องแพรว อายุ 21 ปี เป็นหลานสาวแท้ๆ ของนางสมบัติ
นางสมบัติ แก้วขาว อายุ 75 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า มีลูกเพียงคนเดียวคือพ่อของน้องแพรว ลูกชายแต่งงานมีครอบครัวและมีบุตรเพียงน้องแพรวคนเดียว ขณะน้องแพรวอายุ 3 ขวบ ลูกชายกับลูกสะใภ้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ปู่กับย่าจึงรับจ้างเลี้ยงน้องแพรวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยให้น้องแพรวเรียนหนังสืออย่างเดียว
จากการสอบถาม ก่อนกลายเป็นคนป่วย น้องแพรวกำลังศึกษา ปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น โดยจะขี่รถจักรยานยนต์คันที่ปู่กับย่าซื้อให้ไปเรียนหนังสือเหมือนทุกวัน ช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคม 2560 น้องแพรวโทรศัพท์บอกย่าว่าจะกลับค่ำ เพราะทางมหาวิทยาลัยมีงาน จากนั้นน้องแพรวก็เงียบไป กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน มีชาวบ้านมาบอกว่า พบน้องแพรวนอนสลบอยู่ข้างถนนเลียบคลองชลประทาน ห่างจากบ้านไปประมาณ 1 กม. จึงขอความช่วยเหลือจากกู้ชีพ รพ.น้ำพอง นำส่งรพ. แต่อาการน้องแพรวสาหัสมาก จึงส่งต่อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น
...
ขณะวันเกิดเหตุ น้องแพรวอยู่ในชุดนักศึกษา ส่วนทรัพย์สินยังอยู่ครบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน คษธ-193 ขอนแก่น ล้มตะแคงขวาอยู่บนถนน มีรอยเท้าที่ท้ายรถจักรยานยนต์ และมีรอยถลอกที่ท้ายรถเล็กน้อย ส่วนน้องแพรวนอนสลบอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพท้ายทอยมีแผลฉกรรจ์ ใบหน้ามีแผลถลอก กระจกหมวกกันน็อกแตก แต่สายหมวกและที่ล็อกใต้คางถูกปลดออก คล้ายๆ กับหมวกถูกสวมใส่หลังเกิดเหตุ
จนกระทั่ง ทราบเรื่องและเห็นสภาพหลาน ทำอะไรไม่ถูกเพราะมีกันแค่ปู่กับย่า จะแจ้งความจะทำอะไรก็ไปไม่เป็น จึงปล่อยเลยตามเลยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนน้องแพรวนั้น แพทย์บอกว่าถูกของแข็งกระแทกที่ท้ายทอยอย่างแรงทำให้เส้นเลือดแตก เซลล์สมองตาย โอกาสกลับมาเป็นปกติน้อยมาก ซึ่งแพทย์ก็ดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว นางสมบัติ กล่าว
ต่อมา แพทย์ส่งกลับมาให้ดูแลกันเองที่บ้าน ซึ่งมีแพทย์และพยาบาล รพ.น้ำพองคอยให้การช่วยเหลือและแนะนำมาโดยตลอด ทั้งยังกำชับว่า หากน้องแพรวมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งและให้พาไป รพ.ทันที ซึ่งทาง รพ.น้ำพอง ก็ช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดี ทั้งสนับสนุนอุปกรณ์การล้างแผล แนะนำการดูแลคนป่วยติดเตียงและการทำอาหารให้คนป่วย ซึ่งแพทย์แนะนำการให้อาหารกับน้องแพรววันละ 4 เวลา คือ 6 โมงเช้า เที่ยง บ่ายสามและเที่ยงคืน เวลาละ 400 ซีซี.
ตั้งแต่น้องแพรว ประสบอุบัติเหตุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ปู่กับย่าก็ไม่ได้ไปรับจ้าง อาศัยรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนละ 700 บาทต่อเดือน แต่ปู่ยังได้เพิ่มจากเบี้ยผู้พิการอีก 800 บาท นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทั้งเสียค่าน้ำ ค่าไฟ และซื้ออาหารมาบดให้น้องแพรวในแต่ละวันๆ ละ 4 ครั้ง ส่วนสิ่งที่จำเป็นสำหรับน้องแพรวมากๆ คือ แพมเพิร์สผู้ใหญ่ ที่ต้องเปลี่ยนวันละ 3-4 ชิ้น และย่าอยากได้เครื่องซักผ้า เอามาไว้ซักเสื้อผ้า ซักผ้าห่ม ซักผ้าปูที่นอนให้น้องแพรวและของย่ากับปู่ด้วย เพราะทุกวันนี้ย่าต้องมานั่งซักผ้า บางครั้งเพื่อนบ้านสงสารก็จะเอาไปปั่นเครื่องซักผ้าที่บ้านให้ นางสมบัติ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ ปู่กับย่า กำลังคิดหนัก หากใครสักคนมีอันเป็นไป ใครจะดูแลหลาน ตอนนี้ยังโชคดีที่ปู่ย่า ยังแข็งแรง และมีเพื่อนบ้านมาช่วยดูแล ในอนาคตอีก 2 ปี 5 ปี ใครจะดูแล สงสารหลานสาว ซึ่งหวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายของปู่กับย่า แต่หลานก็มาเคราะห์ร้าย ได้แต่ไหว้พระ ภาวนาให้น้องแพรว ช่วยตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อได้ตรวจสอบเอกสารที่ทางปู่กับย่าได้เก็บจากกระเป๋า ตอนน้องแพรวสะพายไปเรียนหนังสือ มีพบบัตรประชาชน และบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ชื่อ น.ส.ปิยนุช แก้วขาว อายุ 21 ปี รหัส 5705203036 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และพบสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขากระนวน ซึ่งเป็นบัญชีที่น้องแพรวเปิดใช้ประกอบการกู้ยืมเพื่อการศึกษาหมายเลขบัญชีธนาคารกรุงไทย 41-5035-2593 และหากผู้มีจิตศรัทธา ใจบุญจะช่วยปู่และย่า เพื่อเป็นกุศลในการซื้อเครื่องซักผ้า ซื้ออาหาร และแพมเพิร์ส ก็สามารถบริจาคเข้าบัญชีดังกล่าวได้ ซึ่งย่าจะกดเอทีเอ็ม นำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาใช้จ่ายในการดูแลน้องแพรวต่อไป.