แรงศรัทธาล้น สาธุชนร่วมทอดกฐิน “วัดป่าอดุลยาราม” ยอดรวมทะลุ 1 ล้านบาท สมทบสร้างเมรุหลังที่ 2 และสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งมีพระครูอดุลสารนิเทศเป็นเจ้าอาวาส พบว่าบรรยากาศงานทอดกฐินเป็นไปอย่างคึกคัก โดยครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานกฐินครั้งแรกภายหลังวัดดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดป่าอดุลยาราม” อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ จากประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่ตั้งวัดกับป้าดา และทายาทนายเฮียงพิมพ์ศรี
โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทยอยเดินทางเข้ามาร่วมทำบุญอย่างต่อเนื่อง ก่อนถึงกำหนดเคลื่อนกฐินในเวลา 09.09 น. คณะกรรมการวัด หลานหลวงพ่อ และลูกศิษย์วัดต่างร่วมสร้างสีสัน แต่งตัวแฟนซีเป็นหนุ่มสาวนักแดนซ์และหุ่นหล่อ ออกมาต้อนรับประชาชนสายบุญที่เดินทางมาร่วมทอดกฐิน สร้างบรรยากาศสนุกสนานและมีเสียงโห่ร้องตลอดเส้นทางขบวน จากนั้นผู้ร่วมงานช่วยกันถือต้นกฐินแห่เวียนรอบศาลาการเปรียญจำนวน 3 รอบ ก่อนนำต้นกฐินขึ้นตั้งบนศาลาเพื่อเข้าสู่พิธีทอดกฐิน ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีจนเต็มพื้นที่
สำหรับเจ้าภาพกฐินตามกำหนดการของวัด ประกอบด้วย นายโต แก้วจอหอ นายยุทธชัย-นางอรัญญา ณ พัทลุง นายคำแพง–นางคำแก้ว แก้วสุ่ม นายปริวรรต-นางมะลิ ริมวงศานุกุล นายชาญชัย-ศิวิกา จิรดลไพศาล นายธวัชชัย-นางพิกุล มิลจันทร์ และนายยอด-นางยุพา แก้วจอหอ พร้อมพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมสมทบงานบุญ รอบศาลาการเปรียญมีญาติโยมนำอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน และอาหารหลากหลายชนิดมาตั้งโรงทานเป็นจำนวนมาก มีประชาชนต่อแถวรับอาหารตามจุดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่โรงทานคึกคักเป็นพิเศษ ขณะที่บนศาลาการเปรียญก็มีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางขึ้นไปร่วมพิธีจนแน่นศาลา
หลังนำกองกฐินขึ้นสู่ศาลา ผู้ร่วมงานยังร่วมกันต่อยอดเงินทำบุญเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นเป็นครอบครัวนามสกุลพิมพ์ศรี ร่วมต่อยอดกฐินจำนวน 16,000 บาทถ้วน ก่อนญาติโยมและคณะกรรมการวัดจะร่วมกันรวบรวมยอดปัจจัยทั้งหมด ซึ่งทางพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำพระลูกวัดสวดมนต์ ทำพิธีทางศาสนา ซึ่งการทอดกฐินครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำปัจจัยสมทบสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 ของวัด เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือศพยากไร้ตามเจตนารมณ์ของวัดและเจ้าอาวาส
โดยทางวัดให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาช่วยดำเนินการนับยอด ทั้งเงินสดและเงินจากระบบอีโดเนต มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่ระหว่างการนับเงิน เพื่อความโปร่งใสต่อหน้าญาติโยมที่มาร่วมบุญในครั้งนี้เป็นสักขีพยานในการนับด้วย และสำหรับยอดกฐินรวมภายหลังการนับ อยู่ที่จำนวน 1,002,123.76 บาท


