ที่อำนาจเจริญ ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ลุงเมาแอ๋ ขับกระบะชนเด็ก 15 เสียชีวิต ขณะที่แม่เจ็บสาหัส ฝืนเดินไปกอดร่างลูกสุดเศร้า บอกลูกเพิ่งรถจากรถ เพื่อจะไปช่วยงานที่ทุ่งนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.50 น. วันที่ 28 ต.ค. 2569 ร.ต.อ.เนติธร ถามะพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งชนคนเดินเท้า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนสายบ้านคำงูเหลือม มุ่งหน้าไปบ้านก้าวหน้าสามัคคี ต.โนนโพธิ์ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จึงประสานแพทย์เวร โรงพยาบาลอำนาจเจริญ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอำนาจเจริญ ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนอำนาจเจริญ สภาพด้านหน้าพังยุบเสียหาย คนขับคือ นายสุบิน (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี อยู่ในสภาพมึนเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบนางบวรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี นั่งร่ำไห้กอดร่างไร้วิญญาณของ น.ส.รศเรศ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี ลูกสาว ซึ่งเสียชีวิต ในสภาพศีรษะแตกฉกรรจ์
นางบวรรัตน์ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเดินไปทำสวนที่ทุ่งนา จังหวะนั้นลูกสาวนั่งรถประจำทางกลับมาจากโรงเรียนผ่านมาเห็น จึงขอลงรถเพื่อจะเดินไปช่วยงานแม่ที่ทุ่งนา แต่หลังจากลูกสาวลงจากรถและเดินไปด้วยกันได้เพียง 3-4 ก้าว จู่ๆ มีแรงกระแทกเข้าใส่อย่างรุนแรง ตอนแรกนึกว่ารถจักรยานยนต์ชน แต่เมื่อตั้งสติได้กลับพบว่าลูกสาวถูกรถกระบะชนและลากร่างไปไกลกว่า 50 เมตร ตนจึงฝืนความเจ็บปวดวิ่งไปดูลูก แต่พบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ส่วนรถคันก่อเหตุก็ไถลเลยไปอีกประมาณ 50 เมตร
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 29 ต.ค. 2569 ร.ต.อ.เนติธร ถามะพันธ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องเป็นคดีอาญาและแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นแก่นายสุบินไปแล้ว 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
สำหรับผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายสุบิน แม้ไม่สามารถระบุตัวเลขได้แน่ชัด แต่ยืนยันว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงเกินกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
ส่วนอาการของนางบวรรัตน์ ผู้เป็นแม่ ได้รับบาดเจ็บกระดูกหัวไหล่ซ้ายหัก และซี่โครงด้านซ้ายร้าว ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โดยแพทย์ยังไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยม ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรอให้อาการของผู้บาดเจ็บดีขึ้นก่อนเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อทางฝั่งคนขับรถกระบะแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้


