ยังไม่ไว้ใจ ชาวบ้านชายแดนผวา "ทหารกัมพูชา" ก่อกวนหลายพื้นที่ หวั่นเกิดเหตุปะทะ "ไทย–กัมพูชา" รอบ 3 พร้อมวอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา


วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงอยู่ด้วยความหวาดระแวง หลังทหารกัมพูชาเริ่มก่อกวนในหลายพื้นที่อย่างผิดปกติ รวมทั้งเกิดเหตุ รถแบ็คโฮที่ทำถนนชายแดนของทีมงาน หลวงตาเยื้อน ขันติพโล เจ้าคณะ จ.สุรินทร์ (ธรรมยุติ) ถูกระเบิด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว สร้างความตกใจและความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะกระแสความกังวลว่าอาจเกิดการปะทะรอบที่ 3 

ขณะที่ ชาวบ้านยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ พร้อมวอนรัฐบาลเร่งหาทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะเกิดสงครามอีกเมื่อไหร่

จากการลงพื้นที่ บ้านบางสะพาน หมู่ที่ 6 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ พบกับ นางสวัสดิ์ บุญคง อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน เผยว่า หลังจากรถแบ็คโฮถูกระเบิดที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกตกใจและหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป และไม่ทราบว่าเป็นระเบิดเก่าหรือใหม่

นางสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ แต่ไว้ใจกัมพูชาไม่ได้ โดยยอมรับว่าลึกๆ แล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก เพราะประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตด้วยความกังวลและหวาดระแวง

พร้อมฝากถึงรัฐบาลให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหวังว่าปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

ขณะที่บรรยากาศบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประชาชนยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ มีการเปิดร้านค้าขายกันเช่นเดิมเหมือนทุกวัน ต่างไม่รู้สึกกังวลกับสถานการณ์มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เริ่มชินกับกระแสข่าวต่างๆ เกี่ยวกับชายแดน และเชื่อมั่นข่าวฝ่ายความมั่นคง 

อย่างไรก็ตาม หากต้องอพยพเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็จะแจ้งทางผู้นำชุมชนและส่งเอสเอ็มเอสมาในมือถือ เพื่อแจ้งเตือนให้อพยพ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนเดิม อาจจะเกิดจากทั้งเศรษฐกิจค่าครองชีพที่สูง รวมทั้งค่าน้ำมันแพง ประชาชนจึงไม่ค่อยเดินทางมาท่องเที่ยวเท่าที่ควร.