ที่อุดรธานี นักธรณีวิทยาลุยตรวจรอยตีนไดโนเสาร์ภูพระบาท ฮือฮาพบเพิ่มอีก 2 รวมเป็น 6 รอย ยืนยันของจริง อายุกว่า 120 ล้านปี เตรียมหาทางเบี่ยงเส้นทางน้ำ เพื่อไม่ให้สึกกร่อน
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ 3 (ภูพระบาท) ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นายนพวงค์ พฤกษชาติ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ,นายวินัย ทองปั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) ,น.ส.กุลวดี สมัครไทย หน.อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ให้การต้อนรับ น.ส.พรรณิภา แซ่เทียน ผอ.ส่วนมาตรฐาน และข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี และ ว่าที่ ร.ต.กฤษณะ สุดชา นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ กรมทรัพยากรธรณี พร้อมคณะทำงานฯ เพื่อเตรียมการลงพื้นที่สำรวจรอยเท้าไดโนเสาร์ บริเวณน้ำตกตาดน้อย โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และวางแผนการสำรวจ
ซึ่งพื้นที่พบรอยตีนอยู่ในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นพื้นที่เชิงเขาก่อนขึ้นไปยังภูพระบาทประมาณ 3 กม. แนวป่าต้นน้ำจุดที่พบรอยตีนมีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า บริเวณนี้อยู่ในหมวดหินภูพาน กลุ่มหินโคราช ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย และหนองบัวลำภู มักจะพบรอยตีนไดโนเสาร์ได้ทั่วไป และมีอายุไม่ต่ำกว่า 120 ล้านปี และจุดไหนที่พบรอยเท้า ก็มักจะไม่พบฟอสซิล
จากนั้นคณะได้นั่งรถเข้าไปยังจุดพักคอยนักท่องเที่ยวน้ำตกตาดน้อย อยู่ด้านหลังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ประมาณ 2 กม. และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร เมื่อถึงจุดพบรอยเท้า พบว่าเป็นฝายกั้นน้ำขนาดเล็ก รอยเท้าอยู่ริมลำธารด้านซ้าย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าระบุว่า ช่วงฤดูน้ำหลาก ฝายกั้นน้ำด้านซ้ายชำรุด ทำให้กระแสน้ำเซาะมาริมลำธารฝั่งซ้าย เมื่อกระแสน้ำได้พัดตะกอนดินออกไป จึงเผยให้เห็นรอยเท้าได้อย่างชัดเจน เมื่อวานนี้จากที่นักท่องเที่ยวพบรอยเท้าแรก เมื่อกวาดเศษดินและใบไม้ออกก็เห็นเพิ่ม 3 รอย รวมเป็น 4 รอย
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจสอบ คณะของกรมทรัพยากรธรณี ได้ขอแรงให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าช่วยกวาดพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณใกล้กับทำนบฝายด้านบน ซึ่งก็ทำให้พบรอยเท้าเพิ่มอีก 2 รอย รวมทั้งหมดเป็น 6 รอย มีระยะการก้าวแต่ละก้าว 80 ซม. เท่ากัน ทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี ได้ใช้สีทาลงไปในรอยเท้า เพื่อให้เห็นร่องรอยของรอยได้ชัดเจน ก่อนตรวจวัดความกว้างยาว และความห่างของแต่ละรอยที่พบ บันทึกภาพและเก็บข้อมูล เพื่อรายงานไปยังกรมทรัพยากรธรณี
น.ส.พรรณิภา แซ่เทียน ผอ.ส่วนมาตรฐานและข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ เปิดเผยว่า รอยที่พบยืนยันว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ มีอายุราว 120 ล้านปี เป็นกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง (เทโรพอด) วันนี้เราได้มาหาข้อมูลทางธรณีวิทยาเพิ่ม ต่อไปก็จะประสานพื้นที่ ปักป้ายเพื่อให้ข้อมูล และแนะนำนักท่องเที่ยว แต่ก็รู้สึกกังวลในจุดที่พบรอยเท้า เพราะเป็นทางน้ำไหล อาจจะทำให้รอยเท้ามีการสึกกร่อนได้ ซึ่งจะได้วางแผนกับหน่วยงานในพื้นที่ หาทางเบี่ยงทางน้ำออกจากจุดที่พบรอยเท้า เพื่ออนุรักษ์เอาไว้ศึกษา
ซึ่งจุดที่พบรอยเท้านั้น อยู่ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ก็น่าจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชม หรือมาศึกษาได้ในอนาคต และหากผู้ใดเข้ามาชมรอยเท้า ก็อยากแนะนำว่าไม่ควรไปเหยียบรอยเท้า เพราะจะทำให้รอยเท้าเลือน เสียหายได้ สุดท้ายถ้าหากผู้ใดพบเห็นรอยเท้าลักษณะนี้อีก ขอให้รีบแจ้งกรมทรัพยากรธรณีที่เพจเฟซบุ๊กได้ทันที
ทั้งนี้การพบร่องรอยของไดโนเสาร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการพบครั้งแรกของพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี.


