พบโรงพยาบาลเปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น สุดว้าว โดยผู้อำนวยการนักพัฒนานำทีมบุคลากรเดินหน้ายกระดับทุกด้าน ทั้งการบริการผู้ป่วย ปรับปรุงภูมิทัศน์ ความเป็นอยู่และไม่ขาดทุน
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นพ.พิทยภูมิ สิริเพาประดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการให้บริการประชาชนจุดต่างๆ ในโรงพยาบาล โดยมารับตำแหน่งผู้อำนวยการตั้งแต่เมื่อปลายปี 2566 ถึงปัจจุบันรวมเวลาประมาณ 3 ปี จากโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ขนาดเล็ก สภาพตึกเก่าแต่วันนี้ ยกระดับเป็นโรงพยาบาลโฉมใหม่ ทันสมัย บริหารจัดการปรับภูมิทัศน์ภายในและภายนอกทันสมัย นอกจากนี้ ยังกอบกู้การขาดทุนสะสม 5 ล้านบาท สู่การสร้างรายได้มากกว่า 20 ล้านบาท โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาค จนกลายเป็นองค์กรต้นแบบ ได้รับรางวัลโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับเพชรจากกระทรวงสาธารณสุข
สำหรับการบริหารจัดการภายในองค์กรนั้น ระบบสุขภาพที่ดีต้องพัฒนาไปพร้อมกัน ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตประชาชนและบุคลากรภายใต้แนวคิด Happiness Hospital หรือ โรงพยาบาลแห่งความสุข เริ่มจากการปรับ First Impression หรือ ภูมิทัศน์ภายนอกให้ดูน่าใช้บริการ มีการออกแบบป้ายโรงพยาบาลใหม่ให้ทันสมัยและมีไฟส่องสว่างช่วงกลางคืน เพื่อไม่ให้ดูน่ากลัว พร้อมจัดทำสวนน้ำพุสไตล์ญี่ปุ่นและพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ผู้มารับบริการรู้สึกผ่อนคลายและใจเย็นระหว่างรอคิว นอกจากนี้ ยังได้สร้างคลินิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังแยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อลดความแออัด เพิ่มป้ายภาษาอังกฤษ เพื่อยกระดับสู่ความเป็นสากล รวมไปถึงขยายห้องฉุกเฉินจากเดิมเพียง 2 เตียง เป็น 8 เตียง จัดทำตามมาตรฐานระดับสากล ทั้งระบบระบายอากาศและผ้าม่านกันไฟแบบเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำ
ขณะที่ด้านระบบบริการและการทำงานนั้นตั้งเป้าให้เป็นโรงพยาบาลกึ่งเอกชนและได้รับรางวัลโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับเพชร ปรับระบบทุกอย่างเป็น Paperless ใช้จอแสดงคิวแทนการพิมพ์โปสเตอร์ เพื่อลดขยะ และประหยัดงบประมาณระยะยาว นำเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบสแกนใบหน้าครอบคลุมทุกจุด และเปลี่ยนระบบล็อกห้องเวชภัณฑ์ยาเป็นแบบสแกนลายนิ้วมือ ขณะเดียวกันได้เปิดให้บริการใหม่ๆ ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งคลินิกจิตเวชที่ออกแบบห้องให้ดูโปร่งโล่ง คลินิกทันตกรรมมีบริการจัดช่องว่างระหว่างฟันและฟอกสีฟัน งานกายภาพบำบัด ไปจนถึงแพทย์แผนไทยและฝังเข็มแบบจีน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความสะอาด โดยเปลี่ยนระบบน้ำดื่มเป็นระบบกรองน้ำมาตรฐานเอกชนแทนตู้กดแบบคว่ำถัง และปรับปรุงโรงครัวใหม่ทั้งหมดโดยใช้วัสดุสแตนเลส พร้อมระบบประตูกันแมลงแบบ Double Lock ถือว่า ได้มาตรฐานที่สุดแห่งหนึ่งในเขตสุขภาพที่ 7
นพ.พิทยภูมิ กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการเรื่องสิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ประชาชนต้องร่วมจ่ายหรือไม่นั้น ประชาชนไม่มีการร่วมจ่ายเป็นสิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ปกติโรงพยาบาลจะต้องเบิกเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เพราะเป็นผู้ให้บริการ ส่วนคนจ่าย คือ สปสช. จะให้งบมาตามสิ่งที่ให้บริการกับประชาชน สิ่งสำคัญที่นี่เน้นว่า การบริการเป็นลักษณะเชิงรุก ต้องรู้ก่อนว่า คือ หน่วยอะไร ต้องรู้ตัวตนถ้าโรงพยาบาลของเราคือ ปฐมภูมิคือด่านแรกของการบริการผู้ป่วย เน้นในเรื่องส่งเสริมป้องกันรักษาฟื้นฟูที่ดีและทำให้คุณภาพของชีวิตประชาชนดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทั้งนี้ สิ่งเหล่านี้ มองว่า เป็นการตอบโจทย์ ถ้าให้บริการเชิงรุกมากขึ้นประชาชนเจ็บป่วยน้อยลง สุขภาพแข็งแรงขึ้นจะมารับยาน้อยลง ผู้ป่วยเบาหวาน 1 ปี จะต้องใช้ยาฉีด ซึ่ง 1 ปี จะตกคนละประมาณ 100,000 บาท ถ้าสามารถลดผู้ป่วยไปได้ 1 คน จะสามารถลดเงินมูลค่า 100,000 บาท แต่ถ้าสามารถลดผู้ป่วยเบาหวานได้ 10 คน จะลดรายจ่ายได้ 1,000,000 บาท ผู้ป่วยยิ่งหายยิ่งเป็นผลดี
ในส่วนของการบริหารจัดการบุคลากรในองค์กร หรือ ในโรงพยาบาลเปือยน้อยนั้น สิ่งสำคัญที่ผลักดันให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้จริง คือ การดูแลบุคลากร โรงพยาบาลได้ปรับเปลี่ยนระบบการทำงานแบบหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ให้แต่ละแผนกบริหารจัดการตัวเองให้รอด พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อม ทั้งในและนอกเวลาทำงาน ในอาคารมีการจัดโซนศิลปะคล้ายพิพิธภัณฑ์ เปลี่ยนโคมไฟและประดับภาพวาดเพื่อลดความเครียด (Burnout) ของเจ้าหน้าที่ ส่วนบ้านพักเจ้าหน้าที่นั้น สร้างมาตั้งแต่เมื่อปี 2529 และทรุดโทรม ได้ซ่อมแซมฝ้าเพดาน ระบบน้ำอุ่น จัดเครื่องซักผ้าส่วนกลาง ไปจนถึงการเคลียร์ขยะและพื้นที่รกร้างด้านหลังโรงพยาบาลให้กลายเป็นสวนอังกฤษ มีฟิตเนส สนามเปตอง และลานเต้นแอโรบิก เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการร่วมกันได้ แม้ในช่วง 3 ปี แรกเข้ามาบริหารจะเหนื่อยและต้องสู้ด้วยตัวเอง จากจุดเริ่มต้นที่คนไข้ต้องนอนบนเตียงกระดาษบนพื้น แต่ในวันนี้ รู้สึกภูมิใจมากที่ได้พัฒนาโรงพยาบาลแห่งนี้ ให้เปรียบเสมือนบ้าน และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งบุคลากรและประชาชนในอำเภอเปือยน้อยได้อย่างแท้จริง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปือยน้อย กล่าวอีกว่า สำหรับแนวคิดด้านการบริหารการเงิน จากที่ติดลบกลายเป็นมีกำไรนั้น ที่ผ่านมา ตัววัดค่าการเงินของโรงพยาบาลรั้งท้ายมาโดยตลอดเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลอื่นระดับเดียวกัน และการเงินติดลบ จึงเปลี่ยนแนวคิดวางกลยุทธ์ ทำให้โรงพยาบาลมีมาตรฐานการให้บริการ พร้อมกับหารายได้ โดยมีแนวคิดสวนทางกับหลายคนคิด คือ การเปิดรับบริจาค แต่มองต่างออกไป เพราะไม่ใช่ทางออกยั่งยืน จึงได้เปลี่ยนแนวคิดใหม่ด้วยการลงทุนกับคน ยกระดับบริการ บริหารรายได้ให้มากกว่ารายจ่าย โดยมีทุนมนุษย์เป็นกุญแจดอกสำคัญ เพื่อบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โรงพยาบาลได้ปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ให้กลายเป็นหน่วยธุรกิจจนประสบผลสำเร็จ และไม่มีหนี้แล้ว ด้วยเหตุนี้บุคลากรต่างมีความสุข ทำหน้าที่บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ประชาชนที่มารับบริการต่างพึงพอใจกันทุกคน


