ครอบครัวสุดเศร้า แฝดคนน้องวัย 5 ขวบ ป่วย "โรคมือเท้าปาก" เพียง 3 วันก่อนเสียชีวิต แม่ฝากเตือนผู้ปกครองเป็นอุทาหรณ์ หมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด 


วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานศพของ "น้องจ้า" เด็กน้อยอายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นลูกสาวฝาแฝดคนน้อง ที่วัดโคกสนวน ต.โคกสนวน อ.ชำนิ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังน้องจ้าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยหมอระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากโรคมือเท้าปาก สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก

ทางด้าน น.ส.เพชรลัดดา อายุ 36 ปี แม่ของน้องจ้า เล่าว่า ตนมีลูกสาวฝาแฝดอายุ 5 ขวบ โดยน้องจ้าเป็นแฝดน้อง เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อลูกสาวมีตุ่มน้ำใสขอบแดงขึ้นบริเวณมือเท้าปาก พร้อมมีไข้สูง จึงพาไปพบหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งหมอให้ยากลับมารับประทานที่บ้าน

แต่เมื่อถึงช่วงเย็น ลูกสาวกลับมีไข้สูงขึ้นกว่าปกติ จึงรีบพาไปพบหมอที่คลินิกในตัว อ.ชำนิ ก่อนจะได้รับการเขียนใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอีกแห่ง แต่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการของลูกสาวกลับทรุดหนักลงเรื่อยๆ ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 โดยหมอได้ระบุว่าเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก

น.ส.เพชรลัดดา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ทราบว่าลูกสาวติดเชื้อมาจากที่ใด เพราะช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนถึงวันที่ลูกเสียชีวิตใช้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ไม่คิดว่าลูกสาววัยเพียง 5 ขวบจะเสียชีวิตจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้

ทั้งนี้ ยังฝากเตือนผู้ปกครองทุกคนให้หมั่นสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูง มีตุ่มหรือผื่นผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบแพทย์และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นเดียวกับครอบครัวของตน

ส่วนหลังจากนี้ ครอบครัวมีแผนให้พ่อของน้องจ้าบวชพระเพื่อแก้เคล็ด ตามความเชื่อของคนในครอบครัวเกี่ยวกับการสูญเสียลูกแฝดคนน้อง โดยเกรงว่าแฝดพี่จะได้รับผลกระทบตามความเชื่อดังกล่าว

ขณะที่ นางอุทร อายุ 66 ปี ยายของน้องจ้า เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ น้องจ้ากลับจากโรงเรียนและเดินตากฝน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เริ่มมีไข้และตัวร้อน จึงช่วยเช็ดตัวให้หลานหลายครั้ง เพราะกลัวว่าจะมีอาการชัก แต่ไม่คาดคิดว่าอาการจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ทั้งที่หลานยังมีอายุเพียง 5 ขวบ

สำหรับการสูญเสียครั้งนี้ สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวอย่างยิ่ง พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองไม่ควรมองข้ามอาการเจ็บป่วยของเด็ก โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูงหรืออาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบพาไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงโดยทันที.