"ทีมสัตวแพทย์" ชันสูตร "กระทิงป่า" ตายท่าคารวะป่าก่อนสิ้นลม แต่อวัยวะสำคัญมีปัญหาหลายจุด สันนิษฐานมีโรคเรื้อรังก่อนเสียชีวิต
วันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) นำโดย นายฐิติวัจน์ วรรณเรืองสกุล เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ได้ร่วมกันตรวจชันสูตรซาก "กระทิงป่า"
ซึ่งก่อนหน้านี้ มีชาวบ้านไปพบนอนอยู่บริเวณแนวชายป่าท้ายวัดทุ่งตะเคียน ที่บ้านทุ่งตะเคียน หมู่ที่ 10 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ไม่สามารถขยับหรือลุกขึ้นยืนได้ ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ก่อนที่จะแจ้งให้ทางผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เข้าตรวจสอบและตายลงเมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. วันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มีร่องรอยการขยับตัวห่างจากจุดเดิมเล็กน้อย เหมือนหันหน้ากลับเข้าสู่ป่า ในสภาพหมอบลงกับพื้นคุกเข่าหน้า ขาหลังพับเพียบทับขาซ้าย หรือที่เรียกกันว่าท่าคารวะ โดยจากการตรวจสอบพบว่ากระทิงตัวดังกล่าวเป็นกระทิงเพศผู้ โตเต็มวัย อายุมากกว่า 12 ปี รูปร่างผอมแต่โครงร่างใหญ่ น้ำหนักตัวประมาณ 700 กิโลกรัม ตายในท่านอนหมอบพับคอ พบเห็บเกาะตามร่างกายจำนวนมาก ลูกตาซ้ายพบเนื้อเยื่อพังผืดบริเวณตาขาว
บางส่วนของกีบมีรอยร้าว ขาหลังซ้ายพบแผลลักษณะเป็นวงกลมขนาดเล็กบริเวณเนื้อเยื่อกลางร่องกีบ พบรอยแผลลักษณะเป็นขีดแนวยาวตามร่างกายขนาดเล็กในชั้นผิวหนัง โดยสภาพแผลมีทั้งเป็นรอยแผลเป็นที่แผลหายแล้ว รวมถึงแผลที่ยังเป็นรอยอักเสบมีหนอนแมลงวันขนาดเล็กไชในแผล พบก้อนนูนวงกลมภายในมีหนองเหลวที่ผิวหนังบริเวณคอด้านซ้าย
อวัยวะภายในร่างกายพบความผิดปกติ ได้แก่ ในห้องหัวใจพบลิ่มเลือดที่มีลักษณะตกตะกอนเป็น Chicken fat clot พบเนื้อตายสีขาวลักษณะเป็นเส้นที่กล้ามเนื้อหัวใจ พบจุดเลือดออกในหัวใจ ปอดบางส่วนมีสีซีด บริเวณเยื่อหุ้มปอดบางส่วนพบเนื้อเยื่อสีขาวรูปร่างวงกลม
พบเนื้อเยื่อลักษณะเป็นเมือกสีขาวที่ขอบปอด ตับมีสีซีดกว่าปกติ พบพังผืดยึดเกาะที่ผิวด้านนอกของตับบางส่วน พบจุดเลือดออกในตับ พบก้อนนูนรูปร่างวงกลมลักษณะเป็นถุงหนองข้นสีเหลืองยึดเกาะที่ม้าม พบจุดเลือดออกในไต ลำไส้บางส่วนพบสีแดงและสีคล้ำมากกว่าปกติ พบอาหารประเภทหญ้าในกระเพาะอาหาร ผนังเยื่อบุด้านในกระเพาะอาหารส่วนสามสิบกลีบมีลักษณะแดงกว่าปกติ
จากข้อมูลการชันสูตรซากกระทิงเบื้องต้น สันนิษฐานสาเหตุการตายเบื้องต้นว่ากระทิงตัวดังกล่าวมีภาวะเจ็บป่วยมาเรื้อรัง มีข้อสงสัยภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยไม่ทราบสาเหตุของชนิดเชื้อแน่ชัด มีผลทำให้อวัยวะภายในร่างกายเกิดการทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนแอจึงได้ตายลง
ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างจากซากกระทิง ได้แก่ เลือดใส่สารป้องกันการแข็งตัวของเลือดชนิด EDTA, หัวใจ, ปอด, ตับ, ม้าม, ไต, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, ต่อมน้ำเหลือง และชิ้นเนื้อบริเวณกีบที่พบความผิดปกติ นำไปส่งตรวจวินิจฉัยโรคและความผิดปกติทางห้องปฏิบัติการต่อไป ก่อนร่วมกันทำลายซากกระทิงตัวดังกล่าวด้วยวิธีการฝังกลบซาก รวมถึงทำให้เขาเสียสภาพตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว.