ผู้ประกอบรถรับส่งนักเรียนกระทบหนัก หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว หยุดวิ่งไปแล้วกว่า 10 คัน ส่วนที่เหลือจำเป็นต้องปรับค่าโดยสารเพื่อความอยู่รอด วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา
วันที่ 17 กันยายน 2569 สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องวิ่งรับส่งนักเรียนในระยะทางไกลและรับส่งหลายโรงเรียน ทำให้ต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับส่งนักเรียนต้องแบกรับภาระต้นทุนในการเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น หลายคนแบกภาระค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว เพราะค่าบริการไม่คุ้มทุน ต้องหยุดวิ่งไปแล้วกว่า 10 คัน ส่วนที่ยังวิ่งให้บริการอยู่ก็จำเป็นต้องขอปรับขึ้นค่าโดยสารจากผู้ปกครองอีกคนละ 200 บาทต่อเดือน เพื่อความปลอดภัยในภาวะวิกฤตราคาน้ำมันแพง
นายสนิท ทิรอดรัมย์ อายุ 69 ปี ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับส่งนักเรียนมากว่า 40 ปี บอกว่า ปัจจุบันวิ่งรับส่งนักเรียนจากพื้นที่ อ.กระสัง เข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ รับส่งนักเรียนรวม 6 โรงเรียน ก่อนหน้านี้ช่วงที่ราคาน้ำมันยังไม่ถึงลิตรละ 40 บาท เก็บค่าบริการรับส่งนักเรียนเดือนละเฉลี่ย 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่พอราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็นลิตรละ 40 บาท ก็ได้พูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารอีกคนละ 200 บาท เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้จ่ายเงินเติมน้ำมันประมาณสัปดาห์ละ 1,500 บาท ปัจจุบันต้องเติมสัปดาห์ละ 2,500 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละเกือบ 10,000 บาท
จากผลกระทบดังกล่าวจึงได้ขอปรับค่าโดยสารอีกคนละ 200 บาทต่อเดือน เพื่อความอยู่รอด ซึ่งผู้ปกครองก็เข้าใจ แต่ก็มีรถรับส่งนักเรียนหลายรายที่แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว เพราะนอกจากค่าน้ำมันที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีค่าบำรุงรักษารถที่ต้องดูแลอีก จึงตัดสินใจหยุดวิ่งไปแล้วกว่า 10 คัน จากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากวอนให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันให้ปรับลดลงหากเป็นไปได้ก็ให้เหลือลิตรละไม่เกิน 30 บาท เพราะหากราคาน้ำมันแพงก็กระทบเป็นลูกโซ่.