แรงงานจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีโรงงานเซรามิกส่งออก เลิกจ้างกะทันหัน 200 คน หลังเจอพิษเศรษฐกิจ เร่งหางานทดแทน เยียวยาช่วยเหลือ


วันที่ 17 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี มีข่าวโรงงานผลิตเซรามิก ส่งออกแห่งหนึ่ง ตั้งในพื้นที่ อ.นาทม จ.นครพนม ประกาศเลิกจ้างพนักงาน แรงงานเกือบ 200 คน คาดว่าเจอวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่มีออเดอร์ส่งออกทางประเทศยุโรป ทำให้ไม่สามารถแบกภาระต้นทุนแรงงานไหว จึงประกาศเลิกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 โดยทางบริษัทยืนยันจะจ่ายค่าแรงในรอบเดือน แต่ไม่สามารถยืนยันการจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้า 

ทำให้ นายกระแส บุญศรี อายุ 45 ปี ในฐานะตัวแทนกลุ่มแรงงาน ได้นำหลักฐาน ยื่นต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบให้การดูแลชดเชยเยียวยา เนื่องจากเป็นแรงงานที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม และส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ เงินเดือนประมาณ รายละ 12,000 – 15,000 บาท ไม่รวมค่าล่วงเวลา ทั้งนี้ในส่วนของตัวแทนโรงงานยังไม่มีใครออกมาให้ข้อมูล เหตุผลที่ชัดเจน เพียงระบุว่า เจอพิษเศรษฐกิจ

ล่าสุด นางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม รวมถึงทีมกระทรวงแรงงาน ในส่วนเกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสิทธิ เร่งรัดให้การช่วยเหลือ พบว่า เป็นแรงงานที่เข้าถึงสิทธิประโยชน์ จากกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 

โดยผู้ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมจัดเตรียมตำแหน่งงานว่างในสถานประกอบการต่าง ๆ รองรับผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที  

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระและการรับงานไปทำที่บ้าน โดยมีกองทุนเงินกู้ยืมสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน ในส่วนของนายจ้าง จะได้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพื่อดำเนินการช่วยเหลือชดเชยแรงงานตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที มีกรอบระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน

ด้าน นายกระแส บุญศรี อายุ 45 ปี ตัวแทนอดีตพนักงาน เปิดเผยว่า ตนและภรรยาทำงานอยู่ในโรงงานแห่งนี้มากว่า 1 ปี 4 เดือน มีรายได้รวมกันเดือนละประมาณ 18,000-19,000 บาท แต่หลังจากบริษัทหยุดจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ทันที ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่างวดรถยนต์ยังคงเดินต่อทุกเดือน ตอนนี้เงินเก็บหมดแล้ว ต้องหันมาปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาขายตามตลาดเพื่อประทังชีวิต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามเงินค่าจ้างและเงินชดเชยให้ลูกจ้างโดยเร็ว.