กองทัพภาคที่ 2 แจง พลทหารวัย 20 ขาดการติดต่อ หลังลากิจ พบเป็นศพในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เร่งสอบ-รอผลชันสูตร
วันที่ 13 ก.ย. 69 กองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงกรณีพบกำลังพลเสียชีวิตในพื้นที่หน่วย โดยวานนี้ (12 ก.ย.) เวลา 13.30 น. กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองพันเสนารักษ์ที่ 3 (พัน.สร.3) กรณีพบกำลังพลเสียชีวิต คือ พลทหาร ฐิติกร อายุ 20 ปี ทหารกองประจำการผลัดที่ 2/69 สังกัดกองร้อยเสนารักษ์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกำลังพล สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 23 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 (ป.6 พัน.23) ได้เข้าไปหาของป่าบริเวณด้านหลังร้านสวัสดิการกาแฟของ พัน.สร.3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และพบร่างผู้เสียชีวิตในลักษณะผูกคอกับต้นไม้ จึงได้รายงานนายทหารเวรประจำวันและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จากนั้นหน่วยได้ประสานพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับหน่วยต้นสังกัด ทราบว่า พลทหาร ฐิติกรฯ ได้รับอนุมัติให้ลากิจตั้งแต่วันที่ 1–10 ก.ย.69 เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ณ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี แต่เมื่อครบกำหนดลา กำลังพลมิได้เดินทางกลับมารายงานตัวเข้าหน่วยตามเวลาที่กำหนด หน่วยต้นสังกัดจึงได้ติดตามและประสานไปยังครอบครัว ซึ่งได้รับแจ้งว่า พลทหาร ฐิติกรฯ ได้ออกเดินทางกลับเข้าหน่วยแล้ว ครอบครัวจึงได้ช่วยติดตามตัวผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ บุคคลใกล้ชิด และช่องทางต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่ง พบร่างผู้เสียชีวิตในวันดังกล่าว ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานในหน่วย ไม่พบข้อบ่งชี้หรือพฤติกรรมความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
ปัจจุบัน หน่วยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ซึ่งยังมิได้มีข้อสรุปที่แน่ชัดถึงสาเหตุและพฤติการณ์แห่งคดีในขณะเดียวกัน หน่วยต้นสังกัดได้ประสานแจ้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ทราบเหตุการณ์แล้ว โดยครอบครัวกำลังอยู่ระหว่างเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีมายังโรงพยาบาลเพื่อรอรับฟังผลการชันสูตร
กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของกำลังพลผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ และเป็นธรรม ตลอดจนให้การดูแลช่วยเหลือครอบครัวตามสิทธิประโยชน์และระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ข้อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 จะแจ้งให้ทราบต่อไป.