เกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด เด็กหญิง 14 พาตาทวด-น้องชาย หนีตาย ร้องไห้คว้าของมาได้เพียงกระเป๋านักเรียน และชุดนักเรียน 1 ชุด เพราะกลัวไม่มีชุดใส่ไปโรงเรียนวันจันทร์
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 สภ.หนองพอก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านปลาโด ต.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด พร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองพอก อบต.หนองพอก อบต.รอบเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าระงับเหตุ
พบเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง แต่เนื่องจากบ้านอยู่ในซอยแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านถูกเผาทำลายจำนวนมาก
โดย ด.ญ.ลภัสสินี อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายไม้หักบริเวณชั้น 2 และได้กลิ่นควันไฟ จึงรีบพานายชาลี พันธุ์ศิลา อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นตาทวด และน้องชาย อายุ 11 ปี ออกจากบ้าน สิ่งที่เธอคว้าออกมาได้ มีเพียงกระเป๋านักเรียนและชุดนักเรียน 1 ชุด เพราะกลัวว่าจะไม่มีชุดใส่ไปโรงเรียนในวันจันทร์
ด้าน นางสาวพัชรินทร์ พันธุ์ศิลา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นยายและเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุออกไปทำธุระนอกบ้าน กระทั่งได้ยินเสียงคนร้องเอะอะ และเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้าน จึงรีบกลับมาและประสานรถดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ทราบแน่ชัด โดยเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงดังบริเวณชั้น 2 ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ ตำรวจจะตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ เตือนเจ้าของบ้านควรหมั่นตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้า หากพบความผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และก่อนออกจากบ้าน ควรถอดปลั๊กหรือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพื่อป้องกันเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสีย.