นักธรณีฯ มทส. วิเคราะห์เหตุการณ์ "ชาวบุรีรัมย์" แตกตื่นแรงสั่นสะเทือน คาดอาจเกี่ยวข้องกิจกรรมมนุษย์ ยังไม่พบแนวรอยเลื่อนมีพลังในพื้นที่


วันที่ 3 กันยายน 2569 ดร.ศาสตร์ศิลป์ ภักดีเมฆ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีธรณี หลักสูตรวิศวกรรมธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา วิเคราะห์กรณีประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ พากันแตกตื่นและวิ่งออกจากอาคาร หลังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน จนเข้าใจว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวว่า 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว อาจเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์มากกว่าเกิดแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหากจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้แหล่งก่อสร้างหรือพื้นที่ทำเหมือง ซึ่งหากอาคารที่ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นอาคารสูงหลายชั้น ปัจจัยที่ทำให้อาคารเกิดการสั่นอาจมาจากกิจกรรมของมนุษย์ได้

ทั้งนี้ ลักษณะทางธรณีวิทยาของ จ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ รองรับด้วยชั้นหินทราย และมีชั้นหินอัคนีแทรกตัวอยู่บางพื้นที่ จึงควรพิจารณาปัจจัยจากกิจกรรมในบริเวณใกล้เคียงประกอบด้วย โดยกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้ เช่น การตอกเสาเข็มจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือการระเบิดหินในกิจการเหมือง ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ มีแหล่งเหมืองหินบะซอลต์ การทำเหมืองบางรูปแบบจำเป็นต้องใช้การระเบิดหิน 

สำหรับการจะสรุปว่า เหตุการณ์เกิดจากการระเบิดของเหมืองหรือไม่นั้น จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและช่วงเวลาการปฏิบัติงานจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง

ขณะที่ประเทศไทยมีแนวรอยเลื่อนที่กรมทรัพยากรธรณี สำรวจและบันทึกไว้มีประมาณ 16 แนวรอยเลื่อน โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวรอยเลื่อนอยู่บริเวณ จ.เพชรบูรณ์และ จ.เลย เป็นหลัก ส่วนพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ยังไม่พบแนวรอยเลื่อนมีพลัง

ส่วนกรณีประชาชน จ.นครราชสีมา เคยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น ไม่สามารถระบุว่า เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากโคราชได้ แต่ควรเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวจากพื้นที่อื่น  

ยกตัวอย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนสามารถเดินทางมายัง จ.นครราชสีมาได้ โดยลักษณะชั้นธรณีวิทยาของพื้นที่ มีส่วนต่อระดับการรับรู้แรงสั่นสะเทือน เนื่องจาก จ.นครราชสีมา มีชั้นหินทรายค่อนข้างแข็ง ทำให้คลื่นสั่นสะเทือนเคลื่อนที่ผ่านได้รวดเร็ว และประชาชนหรืออาคารอาจรับรู้ถึงการสั่นไหว แต่ความเสียหายอาจแตกต่างจากพื้นที่ที่มีชั้นดินอ่อน เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชั้นดินเหนียวอ่อนที่สามารถส่งผลต่อการขยายแรงสั่นสะเทือนได้

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเหตุการณ์และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ควรตั้งสติและปฏิบัติตามหลักความปลอดภัย หากอยู่ภายในอาคารสูงและสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัย ควรใช้บันไดและหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ เนื่องจากลิฟต์อาจหยุดทำงานหรือเกิดเหตุขัดข้องระหว่างแรงสั่นสะเทือน แต่หากไม่สามารถออกจากอาคารได้ทัน ควรหลบอยู่ใต้โต๊ะหรือบริเวณที่มีความแข็งแรงของโครงสร้าง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กระจก หน้าต่าง หรือสิ่งของที่อาจตกหล่นใส่ร่างกาย  รอจนสถานการณ์ปลอดภัยจึงอพยพออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบ

สำหรับการตรวจสอบสภาพอาคาร ควรตรวจสอบโครงสร้างเป็นระยะๆ ซึ่งถือเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย โดยอาจมีการตรวจสอบเชิงลึกตามความเหมาะสมของอายุอาคาร สภาพการใช้งาน และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ  แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.บุรีรัมย์ ยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อระบุสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน ว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือเป็นผลจากกิจกรรมของมนุษย์ในพื้นที่.