กรรมการวัดป่าอดุลยราม ออกมาโต้ทายาท "นายเฮียง" ปมอยากได้ที่วัดคนละ 5 ไร่ ชี้ตายไปก็เอาไม่ได้ รับห่วงเจ้าอาวาส ป่วยแล้วยังต้องมาคอยระวังลูกปืน เนื่องจากต้องการสู้เพื่อรักษาวัด
วันที่ 21 ส.ค. 2569 นายแสงดาว จันทวิไช อายุ 76 ปี กรรมการวัดป่าอดุลยาราม ให้ข้อมูลว่า ตัวเองเป็นกรรมการวัดรุ่นล่าสุดเข้ามา ตอนปี พ.ศ. 2553 โดยไวยาวัจกรของวัดนี้มีด้วยกัน 5 คน โดยมี นายลพ นนทวงศ์ ซึ่งเป็นไวยาวัจกรที่อาวุโสที่สุด นายอดุล พลธานี นายสุเมท วงษ์โก นายสิทธิ์ วรยศ และตัวเอง
จากที่ป้าดาและทายาทได้กล่าวหาตัวเองออกสื่อว่ากรรมการวัดต้องการจะได้ที่วัด วันนี้หลังจากที่ตัวเองและคณะกรรมการวัดท่านอื่น กลับจากศาลาประชาคม ก็ได้รับสายโทรศัพท์หรือ ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ ว่ากรรมการวัดจะแบ่งที่วัดคนละห้าไร่ ตัวเองก็พูดหยอกล้อกับชาวบ้านไปว่าเอาไม่ถึงขนาดนั้นจะขอเพียงแค่ครึ่งงานก็พอ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้เสียใจกับคำพูด เนื่องจากชินแล้ว หลังจากฟังกรรมาธิการศาสนาฯ พูด หรือหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบก็ได้บอกบ้านที่วัดสำเร็จแล้ว ถึงแม้หลังโฉนดจะใช้ชื่อวัดไม่ได้ เนื่องจากผู้ที่บริจาคได้บริจาคให้วัดสำเร็จแล้ว ลูกหลานจะมาฟ้องไม่ได้ ต่อให้หลังโฉนดไม่ได้เป็นชื่อวัดก็ต้องถือว่าเป็นพื้นที่ของแผ่นดิน ตัวเองเข้าใจว่าฝั่งคู่กรณีมารบกวนพระคุณเจ้าที่อยู่ในวัด ไม่ให้ทำกิจกรรมของสงฆ์ หรือไม่ก็ปล่อยข่าวว่ามียาเสพติดในวัดในลักษณะนี้เจ้าอาวาสก็ไม่เคยว่าก็ยินดีให้เจ้าหน้าที่มาตรวจถ้าพระรูปไหนตรวจพบก็จับสึกได้ ไม่มีปัญหา
ส่วนการร้องเรียนเพื่อขอดูเอกสารที่สำนักพุทธนั้น ตัวเองคิดว่าการตั้งวัดนั้นก็เป็นตามประกาศที่ทางวัดติดไว้
ส่วนกรรมการวัดทุกท่านที่เข้ามาทำงานคือมากันด้วยใจ ไม่หวังผลประโยชน์ ทำงานเพื่อรักษาวัดและจารีตประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ ให้ลูกหลานแค่นั้นเอง เพราะทุกท่านก็อายุเลขเจ็ดกันแล้วไม่รู้วันไหนจะไปสิ่งที่ติดตามไปได้ก็คือผลบุญ ไม่ใช่ทรัพย์สินสมบัติ เราได้ไปก็เอาไปไม่ได้ ลูกหลานทายาทที่มีก็มีหน้าที่การงานพออยู่พอกินกันทุกคนแล้ว อย่างท่านเจ้าอาวาสมรณภาพไปก็เอาไปไม่ได้ ท่านเจ้าอาวาสก็ไม่มีลูกมีแต่หลานที่คอยมาดูแล ส่วนพี่น้องของเจ้าอาวาสก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะมีครอบครัวไปหมดแล้ว ที่ท่านจะต่อสู้ก็เพื่อพี่น้องชาวพุทธ คิดไปก็น่าสงสาร เพราะเจ้าอาวาสก็ป่วยด้วย และต้องเอาชีวิตมาแลกกับลูกปืน ซึ่งทุกวันนี้เจ้าอาวาสก็อยู่ไม่เป็นปกติแล้ว ต้องคอยกังวลเรื่องความปลอดภัยและเรื่องสีกาที่เข้ามาหา โดยท่านจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องพวกนี้ เวลามีคนไปเรียก ถ้าไม่รู้จัก ก็จะไม่ปรากฏ
นอกจากนี้ เรื่องข่าวลือ มีสายปริศนาโทรศัพท์เข้ามาจ้างเจ้าอาวาส 40,000,000 บาท เพื่อให้ออกจากวัด ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือโทรมาปั่นป่วน ซึ่งเจ้าอาวาสก็ได้บอกว่า ทางฝั่งคู่กรณีอาจจะไม่หยุดแค่นี้แหละ อาจจะมีการรบกวนไปเรื่อยๆ