เจ้าหน้าที่เร่งขยายผล “นอมินี” บริษัทในสกลนคร พบข้อมูลนายหน้าหญิงจัดหาเอกสารชาวบ้าน แลก 500–1,000 บาท ก่อนส่งต่อนายทุนจีน เบื้องต้นยังติดต่อไม่ได้

วันที่ 19 ส.ค. 69 ความคืบหน้ากรณีตรวจพบความผิดปกติในการจดทะเบียนบริษัทในจังหวัดสกลนคร รวม 57 บริษัท โดยเฉพาะ 35 บริษัท ที่มีข้อมูลผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีน 100% และใช้บ้านชาวบ้านเป็นที่ตั้งบริษัท แต่ไม่พบการประกอบกิจการจริง ล่าสุดข้อมูลการสืบสวนพบพฤติการณ์นายหน้าหญิงในพื้นที่ จัดหาเอกสารบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านจากชาวบ้าน โดยเสนอค่าตอบแทน 500–1,000 บาท อ้างว่าจะนำไปใช้ทำธุรกิจออนไลน์ ก่อนส่งต่อให้กลุ่มทุนจีนในราคาประมาณ 1,500 บาท เพื่อนำไปใช้ประกอบการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดตามหาตัวหญิงสาวรายดังกล่าว แต่ยังไม่พบตัว ก่อนเข้าตรวจสอบข้อมูลกับฝ่ายปกครองและพาณิชย์จังหวัดสกลนคร

จากกรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจพบความผิดปกติในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในจังหวัดสกลนคร รวม 57 บริษัท กระจายอยู่ใน 4 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอโคกศรีสุพรรณ พบมากถึง 41 บริษัท ก่อนมีการย้ายออก 8 บริษัท เหลือ 33 บริษัท ซึ่งมีข้อมูลผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีน 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งบริษัท กลับพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพียงบ้านพักอาศัยของชาวบ้านทั่วไป ไม่มีสำนักงานหรือร่องรอยการประกอบธุรกิจตามที่จดทะเบียนไว้

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ยังพบพฤติการณ์ที่น่าสนใจว่า มีนายหน้าหญิงชาวไทยในพื้นที่อำเภอโคกศรีสุพรรณ ทำหน้าที่จัดหาเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านจากชาวบ้าน โดยเสนอค่าตอบแทนรายละประมาณ 500–1,000 บาท อ้างว่าจะนำเอกสารไปใช้ทำ “ธุรกิจออนไลน์” ก่อนที่เอกสารจะถูกส่งต่อให้กลุ่มทุนจีน โดยมีข้อมูลว่านายหน้าจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ 1,500 บาทต่อราย และถูกนำไปใช้ประกอบการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เพื่อหาความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

จากข้อมูลที่ได้รับมา ทีมข่าวจึงลงพื้นที่ติดตามหาตัวหญิงสาวอักษรย่อ “บ” ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นนายหน้าจัดหาเอกสารให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ โดยทีมข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับข้อมูลว่าเป็นบ้านพักของนางสาว “บ” แต่ไม่พบตัว

สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ ทราบว่า เจ้าตัวไม่ได้พักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ย้ายไปอาศัยอยู่กับแฟนในอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทีมข่าวจึงติดตามไปตรวจสอบอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบตัวเช่นกัน โดยชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นางสาว “บ” เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หลังมีอาการเครียด จากกรณีที่เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าขณะนี้เดินทางไปพักอยู่ที่ใด ทั้งนี้ ทีมข่าวยังไม่สามารถติดต่อหรือพบตัวนางสาว “บ” เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหรือให้ชี้แจงถึงข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังฝ่ายปกครองอำเภอโคกศรีสุพรรณ ถึงมาตรการดูแลประชาชนที่อาจถูกนำเอกสารไปใช้โดยไม่รู้ตัว โดยนายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล 18 หมู่บ้าน ขณะนี้ทางอำเภอได้แจ้งเตือนประชาชนในทุกหมู่บ้าน ให้ระมัดระวังในการมอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านให้บุคคลอื่น หากมีความจำเป็นต้องมอบเอกสาร ควรเป็นบุคคลที่รู้จักและไว้วางใจได้ และต้องทราบวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าจะนำเอกสารไปใช้ทำอะไร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่เจ้าของเอกสารไม่รู้เห็น

ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร อยู่ระหว่างดำเนินการกับบริษัทที่พบปัญหาเรื่องสถานที่ตั้ง และรวบรวมข้อมูลของชาวบ้านที่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัท

ด้าน นางลักขณา บุญนำ พาณิชย์จังหวัดสกลนคร เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการว่า สำหรับกรณีชาวบ้านที่ถูกแอบอ้างนำบ้านเลขที่ไปใช้เป็นสถานที่ตั้งบริษัท เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการบันทึกถ้อยคำผู้เสียหาย พร้อมเอกสารการแจ้งความจากทางตำรวจ จากนั้นจะนำข้อมูลดังกล่าวไปดำเนินการระบุในหนังสือรับรองของบริษัทว่า บริษัทนั้นไม่มีที่ตั้งตามที่จดแจ้งไว้ ซึ่งผลของการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 10 ราย ส่วนบริษัทที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอน

พาณิชย์จังหวัดสกลนครยังอธิบายว่า โดยหลักแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่รับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ขณะที่การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอยู่ภายใต้การควบคุมของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งต้องมีการตรวจสอบประเภทกิจการ รวมถึงการขออนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนเริ่มประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับประเด็นช่องโหว่ที่พบจากกระบวนการขอจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์นั้น พาณิชย์จังหวัดสกลนครระบุว่า ได้ทำหนังสือหารือไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการของตัวแทนที่ยื่นเรื่องแทนบุคคลต่างด้าวจำนวน 2 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมอีก

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ อำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งพบความผิดปกติอีก 14 บริษัท เจ้าหน้าที่พบข้อสังเกตว่า บริษัททั้ง 14 แห่ง จดทะเบียนในวันเดียวกัน คือวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นการดำเนินการผ่านระบบแบบวอล์กอิน

นอกจากนี้ ยังพบว่าบ้านเลขที่บางแห่งถูกนำไปใช้เป็นสถานที่ตั้งบริษัทมากถึง 5 บริษัท ขณะที่มีตัวแทนดำเนินการจดทะเบียนเพียง 2 คน ซึ่งพาณิชย์จังหวัดระบุว่า จะดำเนินการตามมาตรการในลักษณะเดียวกับกรณีบริษัทที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว