"อ.ธงทอง" นำคณะสำนักพุทธฯ เข้ากราบสักการะเจ้าอาวาส "วัดป่าอดุลยาราม" ยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัดมานานแล้ว เตรียมหารือผู้ว่าฯ ขอนแก่น เดินหน้าเปลี่ยนชื่อโฉนดให้ถูกต้อง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น อ.เมืองจ.ขอนแก่น ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางเข้ากราบสักการะ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมเข้าสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกรณีพิพาทเรื่องที่ดินวัด 

โดยมีทนายความของวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล รวมทั้งรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองโฉนดที่ดิน 21 ไร่ ท่ามกลางบรรดาญาติโยม ร่วม 200 คน สื่อมวลชน ที่มาติดตามสถานการณ์ภายในวัด โดยมี พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยดูแลความเรียบร้อย 

หลังกราบสักการะและพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ประมาณ 30 นาที ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และทำความเข้าใจกับประชาชนที่รอติดตามกรณีข้อพิพาทของวัดป่าอดุลยาราม 

โดยกล่าวว่า เนื่องจากมีเหตุการณ์ในช่วงเวลา 3-4 วันที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เข้ารูปเข้ารอยแล้ว และการมาในครั้งนี้ก็มาดูใน 2 เรื่อง เรื่องที่ 1 คือเรื่องที่มีผู้ที่ไปแจ้งกับทางพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ว่าเอกสารโฉนดที่ดินสูญหายไป ซึ่งไม่ตรงความเป็นจริง เพราะเอกสารที่แท้นั้นอยู่ในความปกครองดูแลของวัดมาโดยตลอด ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดขอนแก่น ก็ได้เป็นผู้ประสานผู้ตรวจราชการฯ สำนักพระพุทธศาสนาแก่งชาติ ก็มาติดตามมาด้วย ก็ได้นำความถึงเรื่องนี้ไปแจ้งให้ทางที่ดินของจังหวัดขอนแก่นได้ทราบแล้ว เพราะฉะนั้นจากนี้ไป สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จะดำเนินการในเรื่องที่มีคนไปร้องไปแจ้งไว้นั้น อย่างไรก็เป็นเรื่องของกรมที่ดินว่าไปตามขั้นตอน

เรื่องที่ 2 ที่ยืดเยื้อกันมายาวนานประมาณ 20-30 ปี ก็คือเรื่องโฉนด ที่ในเอกสารที่เป็นเอกสารของทางราชการนั้น ยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินให้เป็นชื่อของวัด และในเรื่องดังกล่าว ถึงแม้ว่ากรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของนั้น วัดมีความเป็นเจ้าของมาช้านานแล้ว แต่ว่าเอกสารยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย ขณะนี้ก็จะมีการดำเนินการ เพื่อที่จะขอให้มีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดมาเป็นชื่อของวัดให้ถูกต้อง 

"ได้กราบเท้าหลวงพ่อ บอกว่า เรื่องนี้ทางราชการมีขั้นตอนไม่ช้าไม่นาน แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด เร็วที่สุด หลวงพ่อท่านเมตตาท่านเป็นคนมีอารมณ์ขัน ท่านบอกว่าท่านคอยมา 30 ปีแล้ว คอยอีกก็ได้ ผมกราบเท้าท่านบอก ไม่ต้องคอยอีก 30 ปีนะครับ ผมก็คอยไม่ไหวเหมือนกัน จะทำให้ดีที่สุด แล้วก็คงจะไม่ช้าไปเกินสมควร จะติดตามโดยใกล้ชิด เพราะเรื่องนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันกับทางฝ่าย ฝ่ายจังหวัด และ สนง.ที่ดินอยู่ด้วย" 

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวต่ออีกว่า ในด้านของคดีความทั้งหลาย ก็เป็นในเรื่องโฉนดที่ดินก็ไม่ต้องห่วง และเรื่องความปลอดภัย ซึ่งตอนนี้เพื่อความรอบคอบทางฝ่ายบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัย ความเรียบร้อยทั้งหลายในบริเวณวัด ไม่ให้มีอะไรมาเป็นที่รบกวนการการปฏิบัติศาสนกิจ และการที่ญาติโยมจะออกมาทำบุญกุศลที่นี่ เพราะทุกคนก็จะได้รับความสบายใจ 

โดยหลวงพ่อฝากมาบอกกับญาติโยมทั้งหลาย 2 ข้อ ข้อที่ 1 ก็คือขอญาติโยมสบายใจได้ หลวงพ่อบอกว่า หลวงพ่อไม่เครียด โยมอย่าเครียดมากกว่าหลวงพ่อ ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ หลวงพ่อยังเมตตาบอกว่า การที่ผมยกขบวนทีมมามากราบเท้าท่านวันนี้ ท่านก็สบายใจยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็ได้โปรดวางใจได้ เราจะไม่ทอดทิ้ง เราจะดูแลในเรื่องเหล่านี้

ข้อที่ 2 เป็นเรื่องสำคัญ พอเป็นเหตุอย่างนี้ หลายคนก็เห็นว่าวัดเป็นบุญสถาน เป็นที่พึ่งของผู้คนทั้งหลาย มีงานศพ งานบุญ คนยากคนจน วัดก็ช่วยดูแลนักศึกษา ม.ขอนแก่น อาจารย์ขอนแก่นทำกิจกรรมโรงเรียนแถวนี้ ก็สามารถยืมของไปใช้ได้ ญาติโยมก็มาทำบุญทำกุศล เวลานี้ก็คงมีหลายคนปรารถนาจะทำบุญทำกุศล 

หลวงพ่อฝากมาบอกไว้ให้ระมัดระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของใคร เวลาใครเข้าไปบอกว่าเขาเป็นนายหน้า เป็นธุระจัดการหลวงพ่อ มาระดมเงิน มาประมาณนี้อย่าเชื่อเด็ดขาด ถ้าท่านใดประสงค์จะทำบุญที่วัดป่าแห่งนี้ ขอได้โปรดมาทำบุญที่นี่ สแกนคิวอาร์โค้ดโดยตรงเลย เพราะท่านรอบคอบ 

และเพื่อให้มีความชัดเจน ในเรื่องการเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อวัด ซึ่งวัดได้ยื่นคำร้องแล้ว พรุ่งนี้ก็จะไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จะปรึกษาหารือกับทางผู้ว่าการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งแน่นอนท่านเป็นผู้ที่ต้องมีภารกิจในเรื่องนี้โดยตรง ต่อไปก็จะไปไปปรึกษาหารือกัน ถึงขั้นตอนตามกฎหมายว่าเป็นอย่างไร ขอเรียนให้ท่านทั้งหลายได้ได้กรุณาสบายใจได้

ทางด้านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  กล่าวว่า ขอให้ประชาชนสบายใจได้ เพราะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ได้ทิ้งวัด อยู่เคียงข้างวัดมาตลอด ตั้งแต่มีกรณีพิพาทมาจนถึงบัดนี้ เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนไม่มีกระแส ไม่มีข่าวเกิดขึ้น แต่ถ้าตรวจสอบย้อนหลังจะพบว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ได้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการคัดค้านการขอออกโฉนด วันนี้มากราบหลวงพ่อ มาให้กำลังใจหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัด และมาให้ความมั่นใจว่า ตรงนี้เป็นที่ของวัด 100% สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็จะขับเคลื่อนให้มีการออกโฉนดที่ดินเป็นชื่อของวัด เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย 

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังกล่าวถึงการค้างและมีปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนชื่อจากผู้บริจาคเป็นชื่อวัดของประเทศไทยว่า ยังมีอยู่ แต่ไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าใด แต่ขณะนี้ได้สั่งการเป็นเรื่องเร่งดวนแล้วให้วัดทุกวัดทั่วประเทศ ทำการสำรวจโฉนดที่ดิน เพราะโฉนดที่ดินในส่วนนี้นั้น มีทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด แต่ละจังหวัดเก็บไว้ และสำนักงานที่ดินจังหวัดเก็บไว้ด้วย เพื่อไม่ให้มรกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก 

ทั้งยังกล่าวถึงการเก็บเงินค่าโอนที่ดินจากเจ้าของเดิม มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม ว่า ร้อยละ 0.01 ซึ่งค่าโอนทั้งหมดประมาณ 7,000-8,000 บาท เท่านั้น ไม่ใช่ 1,500,000 บาท ฝากถึงประชาชนอย่าหลงเชื่อ  เพราะการทำงานเกี่ยวกับวัดนั้น มีเพียงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น คนอื่นหรืออดีตข้าราชการต่างๆ เขาไม่ได้มามีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด.