"จังหวัดบึงกาฬ" น้ำโขงสูงขึ้นต่อเนื่องอีก 30 เซนติเมตร มีน้ำหลาก 7 อำเภอ พื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่จมน้ำ


เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีมวลน้ำเหนือจากจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย และลำน้ำสาขา รวมถึงปริมาณน้ำสะสมจากภูเขาควาย ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ไหลลงมาตามลำห้วยสาขา และแม่น้ำสายหลักของฝั่ง สปป.ลาว เช่น แม่น้ำงึม แม่น้ำเงียบ และแม่น้ำปากซัน ที่ไหลลงมาบรรจบกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอีก 

สำหรับเช้าวันนี้ จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ม.2 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ วัดได้ 12.38 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.62 เมตร (ตลิ่ง 14.0 เมตร) เพิ่มสูงขึ้นจากวานนี้ 33 เซนติเมตร

ขณะที่มวลน้ำได้พัดเอาเศษซากกิ่งไม้ เศษซากวัชพืชจำนวนมาก ไหลมาเกาะติดกับแพสูบน้ำประปาของอำเภอปากคาด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันผลักดันเศษซากไม้ออกตลอดเวลา เพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมกับเดินเครื่องผลิตประปาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำได้ตามปกติ 

ทางด้าน การประปาส่วนภูมิภาคสาขาโพนพิสัย แจ้งหยุดจ่ายน้ำเป็นการชั่วคราว ในพื้นที่อำเภอปากคาด เนื่องจากระบบผลิตน้ำประปาชำรุด และจะมีการซ่อมแซมใช้เวลาวันนี้ทั้งวัน

ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขง บริเวณริมแม่น้ำโขง ณ ลานพญานาค พื้นที่อำเภอปากคาด ระดับน้ำยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง อยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 1.20 เมตร ซึ่งทางอำเภอปากคาด และเทศบาลตำบลปากคาด ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง เฝ้าระวังติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันทีหากมีการแจ้งเตือน

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย เร่งนำถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้ง และน้ำดื่มออกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 27 หลังคาเรือน เช่นเดียวกับ อบต.บัวตูม ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมให้กำลังใจและเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ในตำบลบัวตูม เพื่อวางแผนให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างเร่งด่วนต่อไป นอกจากนี้ระดับที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะวัวควายไม่มีพื้นที่ออกหากินเพราะถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้าง 

ทางด้าน นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม น้ำไหลหลากในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จากผลกระทบที่เกิดจากฝนตกลงมาในพื้นที่ นานกว่า 3 สัปดาห์ และน้ำโขงหนุน วันนี้ได้รับรายงานจากเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ในเบื้องต้นว่า มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ (ยังไม่เสียหาย-น้ำไหลหลาก) แล้วใน 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอศรีวิไล อำเภอเซกา อำเภอปากคาด อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขงหลง จำนวน 32 ตำบล 102 หมู่บ้าน 1,478 ราย เนื้อที่กว่า 16,654 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าว ส่วนอำเภอพรเจริญ ยังไม่ได้รับรายงาน 

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับท้องถิ่นให้เตรียมการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง หลังจากการสำรวจ ทั้งนี้เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น.