คดีเด็กวัย 15 ปี เสียชีวิตปริศนากลางทุ่งนา ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตั้งประเด็นสืบสวนทั้งความขัดแย้งส่วนตัวและเหตุขัดแย้งเฉพาะหน้า


จากกรณีการเสียชีวิตของ นายวัชรพล ระถี หรือ "ไวท์" อายุ 15 ปี ชาวบ้านไทรทอง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถูกพบเสียชีวิตเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ภายในนาข้าวพื้นที่บ้านหนองหัวโนน หมู่ 13 ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย โดยสภาพร่างจมอยู่ในน้ำ ซึ่งแพทย์ตรวจพบร่องรอยบาดแผลบริเวณศีรษะและลำคอ ก่อนส่งศพไปผ่าชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ไปพักค้างคืนที่บ้านญาติ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 60 เมตร โดยช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. มีชายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเรียกผู้เสียชีวิตออกไป ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะขึ้นรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน และต่อมาถูกพบเสียชีวิตในช่วงเช้าวันเดียวกัน

ล่าสุด วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านไทรทอง ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิต พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างเดินทางมาช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างของผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งไปผ่าชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ก่อนนำกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

นางสมพร สีหานาม อายุ 53 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังอยู่ในอาการเสียใจ เผยว่า ลูกชายเป็นเด็กขยัน ชอบออกหาของป่าตามฤดูกาล ทั้งหาอึ่งอ่าง จับปลา และเก็บเห็ด เพื่อนำกลับมาให้แม่และพี่สาวรับประทานเป็นประจำ โดยมักจะออกไปกับญาติหรือคนในหมู่บ้าน

สำหรับลูกชายเป็นคนพูดจาสุภาพ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และเท่าที่ทราบไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือขัดแย้งกับบุคคลใด อีกทั้งบริเวณที่พบศพก็ไม่ใช่พื้นที่ที่ลูกชายมักจะไปหาของป่า จึงยังติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ครอบครัวได้รับความกระจ่าง

ขณะที่แนวทางการสืบสวน พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อม พ.ต.อ.อัครสรศ์ กิจพ่วงสุวรรณ ผกก.สภ.ดงครั่งใหญ่ ชุดสืบสวน ยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของผู้เสียชีวิต ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้ที่พบผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กำหนดแนวทางการสืบสวนไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะ ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และเหตุความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะหน้าก่อนเกิดเหตุ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตหรือระบุผู้ต้องสงสัย เนื่องจากต้องรอผลการผ่าชันสูตรทางนิติเวช ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบการดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็วที่สุด.