รถพ่วงขับฝ่าด่านตรวจ หนีข้ามอำเภอ ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหาย 2 คัน ก่อนยอมหยุดรถ ที่ สภ.เสิงสาง รับสารภาพตกใจเพราะเพิ่งเสพยามา โทรหาเมีย เจอสั่งให้มอบตัว
เวลาประมาณ 09.44 น. ของวันที่ 23 ก.ค.69 เกิดเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ขับหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ก่อนที่พุ่งฝ่าจุดตรวจสกัดยาเสพติดบริเวณสามแยกต้นยาง เข้าตัวอำเภอครบุรี ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามจะสกัด แต่ด้วยความเร็วและแรงของรถบรรทุกจึงสามารถวิ่งฝ่าจุดตรวจไปได้ พร้อมกับกวาดเอากรวยของเจ้าหน้าที่ไปหลายอัน โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้เป็นภาพจากกล้องที่อยู่ประจำตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “มือปืนตี๋ใหญ่” นำมาโพสต์ไว้
โดยรถพ่วงวิ่งต่อไปจนมาถึงบริเวณสี่แยก กลางใจเมืองอำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา แล้วพยายามที่จะเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปยังตลาดสดบ้านดอนแขวน และด้วยความเร็วของรถทำให้เกือบแหกโค้ง ไปเฉี่ยวชนเข้ากับรถยนต์กระบะของชาวบ้านที่สัญจรอยู่บริเวณนั้นได้รับความเสียหาย 2 คัน
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ขับรถคันก่อเหตุไว้ได้ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ทราบชื่อคนขับคือ นายแสงสว่างวงค์ ภูขีด อายุ 49 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน
เบื้องต้นคนขับยอมรับสารภาพว่ากำลังขับรถจากอำเภอเสิงสางจะไปทำงานที่อำเภอสีคิ้ว แต่ระหว่างทางไปเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.โชคชัย ที่เรียกให้จอดก่อนเข้าด่านตรวจบริเวณแยกดอนไพล ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา แต่เนื่องจากเสพยาบ้ามาก่อนจึงเกิดความกลัว บวกกับความตกใจ เลยตัดสินใจขับรถวกกลับมาทางอำเภอครบุรี ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย ได้นำกำลังติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรี กำลังตั้งจุดตรวจสกัดกั้นยาเสพติด จึงได้ฝ่าด่านตรวจขับหนีต่อไปจนถึงบริเวณสี่แยกอำเภอเสิงสาง ด้วยความแรงของรถ ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงไปเฉี่ยวชนกับรถของชาวบ้านได้รับความเสียหาย
นายแสงสว่างวงค์ บอกด้วยว่า ระหว่างขับหนีได้โทรศัพท์คุยกับภรรยา จนภรรยาบอกให้ยอมมอบตัวเลยตัดสินใจขับรถเข้าไปจอดที่บริเวณสถานีตำรวจ สภ.เสิงสาง ในที่สุด ยอมรับว่าได้ตัดสินใจผิดพลาดเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากกลัวความผิด จึงอยากขอโทษผู้ที่เดือดร้อนทุกคนด้วยใจจริง ให้สัญญาว่าจากนี้จะไม่กลับไปเสพยาเสพติดอีกแน่นอน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป