ยายเก็บของเก่า ที่นครราชสีมา ร่ำไห้ ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งผัวเมีย มีชื่อครอบครองรถ จยย. ซื้อเมื่อ 20 ปีที่แล้ว วอนรัฐเห็นใจ เพราะข้อมูลที่ปรากฏไม่ได้สะท้อนฐานะจริงในปัจจุบัน

วันที่ 21 ก.ค. 2569 ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณยายสอาด นาคจัตุรัส อายุ 64 ปี ชาวตำบลหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา กลั้นน้ำตาไม่อยู่ พร้อมยกมือไหว้วิงวอนขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังตนเอง และนายสมหมาย พิมานทอง อายุ 73 ปี ผู้เป็นสามี ถูกตัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพร้อมกันทั้งสองคน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิมาโดยตลอด และใช้เงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ

ยายเก็บของเก่าโคราช ร่ำไห้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งผัวเมีย

คุณยายสอาด เปิดเผยว่า เดือนที่ผ่านมา ยังได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามปกติ แต่เมื่อมาตรวจสอบสิทธิในเดือนนี้ กลับพบว่าทั้งตนและสามีถูกตัดสิทธิ ทำให้รู้สึกเสียใจและหมดหวัง เพราะเงินช่วยเหลือจากรัฐถือเป็นความหวังสำคัญของครอบครัวที่มีฐานะยากจน และไม่มีรายได้ประจำ แค่เก็บของเก่าจำพวกขวด กระดาษขายเท่านั้น

เผยสาเหตุถูกตัดสิทธิบัตรคนจน: มีชื่อครอบครองรถ จยย. เก่า 20 ปี

คุณยายระบุว่า สาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่าคันหนึ่ง ซึ่งซื้อมาตั้งแต่ 20 ปีก่อน ในช่วงที่ยังมีเรี่ยวแรงทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันรถมีสภาพเก่า แทบไม่ได้ใช้งานแล้ว ขณะที่ตนเองก็เจ็บป่วยหลายโรค ไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนในอดีต

...


ด้าน นายสมหมาย อายุ 73 ปี  สามี ปัจจุบันประกอบอาชีพเก็บของเก่าขาย เพื่อนำรายได้เพียงเล็กน้อยมาใช้ซื้ออาหารและดูแลครอบครัว โดยไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นกัน เนื่องจากลงทะเบียนไม่ทันตามกำหนด

คุณยายสอาด กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ครอบครัวไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้ประจำ ต้องอาศัยรายได้จากการเก็บของเก่าของสามีเพียงอย่างเดียว เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น 

“อยากขอให้หน่วยงานช่วยมองมาที่คนรากหญ้าอย่างฉันบ้าง เราจนจริง ๆ และไม่มีจริง ๆ หาเช้ากินค่ำ เงินตรงนี้ช่วยได้เยอะมาก เอาไปซื้อข้าวสาร ซื้อกับข้าว ซื้อของกินได้” คุณยาย กล่าวทั้งน้ำตา

นอกจากนี้ คุณยายยังสะท้อนถึงเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้มีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่า ต้องเดินทางไปดำเนินการถอนชื่อออกจากระบบที่สำนักงานขนส่งว่า เป็นเรื่องที่สร้างความลำบากอย่างมาก เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ การเดินทางไม่สะดวก และหน่วยงานอยู่ห่างไกล ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

ชีวิตไร้รายได้ประจำ วิงวอนรัฐบาลทบทวนเกณฑ์ ช่วยเหลือคนจนจริง

ผู้สื่อข่าวระบุว่า ตลอดการให้สัมภาษณ์ คุณยายสอาด ร้องไห้เป็นระยะ พร้อมยกมือไหว้วิงวอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่  โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีชื่อครอบครองทรัพย์สินเก่า ซึ่งไม่สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

“ทุกวันนี้ก็ทุกข์อยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้ยิ่งเหมือนถูกซ้ำเติม เงินตรงนี้เป็นความหวังของเรา แต่พอถูกตัดสิทธิ ก็เหมือนความฝันถูกทำลาย อยากขอให้ช่วยพิจารณาให้คนจนจริง ๆ อย่างเราด้วย” คุณยายสอาด กล่าวทิ้งท้าย