หญิงชาวบุรีรัมย์น้ำตาตก อดได้สิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ หวังใช้เป็นที่พึ่งแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขอร้องนายกฯ และรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ทบทวนใหม่ให้คนจนได้รับสิทธิ
เมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกระทรวงการคลัง ได้ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง ได้ส่งผลให้ประชาชนที่ลงทะเบียนบัตรคนจนทั้งรายเดิมและรายใหม่จำนวนหลายราย ต่างทยอยเดินทางมาที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.
โดยเฉพาะที่ ธ.ก.ส.สาขาลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้มีประชาชนเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนหลายสิบคน เดินทางมาติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. เพื่อช่วยตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งมีบางรายที่ผ่าน และหลายรายไม่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ
โดยชาวบ้านรายเดิมที่เคยได้รับสิทธิในโครงการฯ และถูกตัดสิทธิไม่ได้เข้าร่วมในรอบใหม่ เนื่องจากระบบแจ้งว่า เป็นผู้ที่มีทั้งทรัพย์สิน มีที่ดินทำกิน มีหนี้สินเกินวงเงินที่กำหนด รวมถึงมีรถยนต์อยู่ในความครอบครองเป็นของตนเอง ซึ่งชาวบ้านที่ถูกตัดสิทธิหลายราย อ้างว่าไม่เป็นความจริง
...
โดยเฉพาะที่ระบุว่ามีรถยนต์ในครอบครอง ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตนเองเลย ไม่มีทั้งที่ดินทำกิน และยังไม่มีอาชีพหรือมีรายได้เลย ในขณะที่บางราย ก็ยอมรับว่าเคยมีรถยนต์จริง แต่เป็นรถยนต์รุ่นเก่ามีอายุการใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี มาแล้ว
ด้านนางนิภาวรรณ ด่านพรม อายุ 65 ปี ชาว ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าและปล่อยโฮทันที หลังเจ้าหน้าที่แจ้งผลการตรวจสอบสิทธิแล้วพบว่า คุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เนื่องจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นที่พึ่งเดียวของชาวบ้าน ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว
พร้อมกับยกมือไหว้ขอร้องให้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลช่วยเหลือตนเองด้วย เพราะตนไม่มีอะไรเลย ขอร้องให้ช่วยเหลือด้วย ซึ่งตนเสียใจมากๆ ที่ไม่มีอะไรเลย จากที่เคยได้กลับไม่ได้ ทำให้ต้องเดือดร้อน เพราะคาดหวังว่าเงินส่วนนี้ ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
"มันจุกอยู่ในอกนี่แหละ ว่าทำไมคนที่จนจริงถึงไม่ได้ ฉันไม่ได้อะไรเลย ขอร้องเถอะ ก่อนจะยกมือไหว้ภาวนา พร้อมกับปล่อยโฮขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือตนด้วย" นางนิภาวรรณ กล่าว
ด้าน นางสมนึก สูนรัมย์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านจากบ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิเดิมแต่ถูกตัดสิทธิ เพราะถูกระบุว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากมีรถยนต์ในความครอบครอง ซึ่งความเป็นจริงตนเองไม่เคยมีรถยนต์เลย และไม่เคยมีแม้กระทั่งที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงมาระบุว่าตนเองนั้นมีรถยนต์
จึงอยากให้รัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงด้วย เพราะว่าคนจน ๆ จริงเยอะแยะ แต่กลับไม่ผ่าน ทั้งที่เป็นคนไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ดิน ที่นาทำกิน ส่วนที่นาที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็เป็นนาที่เช่าเพื่อนบ้านมาทำกิน แต่ต้องกลับมาถูกตัดสิทธิ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน
...
ขณะที่ นางดอกรัก สุดตาซ้าย อายุ 50 ปี ชาวบ้านจากบ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตนเองเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลยสักครั้ง ยื่นทุกครั้งก็ไม่เคยได้ และในครั้งนี้ก็ไม่ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติให้ได้รับสิทธิในโครงการฯ เพราะถูกระบุว่าเป็นผู้ที่มีรถยนต์อยู่ในความครอบครอง ทั้ง ๆ ที่ตนเองมีเพียงรถจักรยานยนต์เก่า ๆ เพียง 2 คันเท่านั้น ที่ดินทำกิน ที่นาสักผืนก็ไม่มีเป็นของตนเอง รวมถึงรถยนต์ แต่ถูกระบุว่าตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ก็ยังงงๆ อยู่ว่าตนเองไปมีรถยนต์ตอนไหน
ก็มีความหวังว่าอยากได้รับสิทธิในโครงการฯ เพราะโดยส่วนตัวไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย ที่นาที่ดินก็ไม่มีเลยสักไร่เดียว ก็อยากให้รัฐบาลทบทวนใหม่ ว่าขอให้ช่วยคนที่จนจริงๆ แล้วมีการตรวจสอบมาได้ยังไงว่าตนเองมีรถยนต์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงตนก็ไม่เคยมีรถยนต์