ญาติครูสาว ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกรถขับชนแล้วหนี มามอบตัวภายหลัง ไกล่เกลี่ยรอบแรกไม่ลงตัว บอกไม่มีเงินเยียวยา นัดอีกครั้ง 10 ก.ค. อ้างรอผู้ใหญ่ที่รู้จักนักการเมืองมาช่วยเจรจา
วันที่ 7 ก.ค. 69 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Bow Sirinkon" โพสต์ข้อความทวงความยุติธรรมให้กับน้องสาว โดยระบุว่า “ฝากแชร์ทวงความยุติธรรมให้น้องด้วยนะคะ อนาคตของคนคนหนึ่ง ที่กำลังไปได้สวย สู้ฝ่าฟัน มุ่งมั่นอ่านหนังสือ อดหลับอดนอน ทำงานไปด้วย หาเวลาวิ่งสอบไปด้วย จนสอบติดครู กทม. เมื่อต้นปีนี้เอง อยู่ระหว่างรอเรียกบรรจุ แต่ชีวิตต้องมาจบ เพราะคนเพียงคนเดียว ชนน้องแล้วไม่คิดจะจอดรถหรือหยุดลงมาดูสักนิด แฟนน้องต้องดิ้นรนหาน้องคนเดียว เป็น 10 นาที เพราะถนนมืดมากๆ กว่าจะหาน้องเจอ ใช้เวลาไป 10 กว่านาที รถ พ.ร.บ.ขาดตั้งแต่ปี 63 รถประกันไม่มี #ชนแล้วไม่คิดจะหยุดดูน้องสักนิด #ความยุติธรรมอยู่ไหน #ขอความยุติธรรม”
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเช้าวันที่ 7 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พบกับ นายเสริมชัย นางมารดา และ น.ส.สิรินกร อดุลย์สารภัณฑ์ บิดา มารดา และพี่สาว ของ น.ส.สิรีธร อดุลย์สารภัณฑ์ อายุ 25 ปี ผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 19.50 น.เกิดเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณบ้านหนองหัวช้าง หมู่ที่ 2 ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้ น.ส.สิรีธร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.หลวงพ่อคูณ ปริสฺทโธ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยคู่กรณีขับรถหลบหนีทันที ญาติผู้เสียชีวิตได้ตามหาภาพจากกล้องวงจรปิด หรือกล้องบันทึกภาพหน้ารถ เพื่อตามหาคู่กรณี
ต่อมารุ่งเช้าวันที่ 28 มิถุนายน 2569 คู่กรณีเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.กุศล แก้วสารพัดนึก รอง สว. (สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด ซึ่งตำรวจเชิญไปสอบสวนทั้งสองฝ่าย และให้เข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยที่ห้องไกล่เกลี่ยที่ สภ. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งผลการไกล่เกลี่ย คู่กรณียอมรับผิด แต่อ้างว่าไม่มีเงินมาเยียวยา ไม่สามารถตกลงกันได้ นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 10 ก.ค.นี้ โดยคู่กรณีอ้างรอญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักนักการเมืองจาก กทม. มาร่วมไกล่เกลี่ยด้วย
...
น.ส.สิรินกร พี่สาวผู้ตายเล่าอีกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ คู่กรณีไม่เคยมาเคารพศพ ไม่ยอมพบหน้าพวกตนเลย ให้แต่ญาติมางานศพครั้งหนึ่ง โดยนำเงินไม่ทราบจำนวนใส่ซองขาวมาช่วยงาน และจะขอถ่ายภาพไว้ พวกตนจึงยังไม่ยอมรับและไม่ยอมถ่ายภาพ เกรงจะมีผลทางกฎหมาย เพราะทราบว่าคนขับรถชนผู้ตายก็มาด้วย แต่ไม่ยอมลงจากรถ พวกตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวเรื่องจะเงียบ รวมถึงกลัวว่าคู่กรณีมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง จึงมาร้องสื่อเพื่อทวงความเป็นธรรม ซึ่งก่อนเสียชีวิต น.ส.สิรีธร ได้สมัครเป็นครูผู้สอนที่โรงเรียนพงษ์ศิริวิทยา โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.ด่านขุนทด
จากนั้นผู้สื่อข่าวไปสอบถาม ร.ต.อ.กุศล แก้วสารพัดนึก รอง สว. (สอบสวน) ที่ สภ.ด่านขุนทด ทราบว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 19.50 น.เกิดเหตุรถเฉี่ยวชน บนถนนสายด่านขุนทด-หนองสรวง ฝั่งการจราจรมุ่งหน้าไปทางบ้านหนอง บริเวณใกล้ถึงปากทางเข้าออกบ้านหนองหัวช้าง หมู่ที่ 2 ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงทราบว่าผู้บาดเจ็บเป็นหญิง ถูกหน่วยกู้ชีพฯด่านขุนทด รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสฺทโธ ทำการรักษา จึงทำการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูโม่ ทะเบียนนครราชสีมา ตกลงในไหล่ทาง ฝั่งมุ่งหน้าไปทางบ้านหนองสรวง สภาพรถได้รับความเสียหายมาก สอบถามจากอาสาสมัครกู้ภัยฯ ทราบว่ารถคันที่เฉี่ยวชนได้หลบหนีไป น่าจะเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบทิศทางที่หลบหนี พบว่ามีชิ้นส่วนของรถคันที่เฉี่ยวชนที่แตกตกหล่นบริเวณที่เกิดเหตุ ในช่องการเดินรถติดกับขอบทาง พบกระจกมองข้างด้านซ้ายแตก และเศษชิ้นส่วนกันชนเป็นสีขาว และพบตราโลโก้โตโยต้าตกหล่นที่เกิดเหตุ จึงได้บันทึกไว้ และนำรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ มาเก็บที่ สภ.ด่านขุนทด และได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสฺทโธ เพื่อดูผู้บาดเจ็บ ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากนั้นวันที่ 28 มิ.ย. นายประธาน (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ได้มาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน รับว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะฯดังกล่าว ทางเจ้าพนักงานสอบสวนรับเป็นคดีจราจร จร.16/2569 ความผิดกระทำ (ขับรถ) โดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย หลบหนีไป หรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้การรับสารภาพตลอดข้อหา มอบตัว และนำรถของกลางเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนนครราชสีมา มาให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบ และยึดเป็นของกลาง
โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ศพฐ.3 ตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชนแล้ว และมีการตรวจวัดปัสสาวะหาสารเสพติด ไม่พบสารเสพติด รวมทั้งการตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ได้ 11 มิลลิกรัม ขณะนี้อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ยเจรจาค่าเสียหาย ยังไม่สามารถตกลงกันได้ นัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 วันที่ 10 ก.ค.2569 ซึ่งมีโอกาสไกล่เกลี่ยได้ 3 ครั้ง จากนั้นจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป