ข่าวดี พบ "ฟอสซิลไดโนเสาร์" บนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ "ภูผาด่าง" จังหวัดสกลนคร ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็น "ไดโนเสาร์กินเนื้อ" อายุราว 130 ล้านปี
วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงการบรรพชีวินวิทยาไทยได้รับข่าวดีอีกครั้ง หลังคณะนักวิชาการจากพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบชิ้นส่วนฟอสซิลที่ค้นพบบน "ภูผาด่าง" แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญในพื้นที่บ้านห้วยหีบ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์อายุประมาณ 130 ล้านปี และคาดว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มกินเนื้อ
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่ทีมงาน “ลุยผ่านเลนส์ มหัศจรรย์สกลนคร” กลุ่มนักถ่ายทำสารคดีในพื้นที่สกลนคร นำเสนอข่าวการค้นพบชิ้นส่วนกระดูกฟอสซิลบริเวณภูผาด่าง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ก่อนมีการประสานไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธร เพื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ล่าสุด น.ส.พรเพ็ญ จันทสิทธิ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร พร้อมด้วย พ่อสำเร็จ นนท์คำวงศ์ ผู้ค้นพบชิ้นส่วนกระดูก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลตองโขบ ชมรมอาสาท่องเที่ยวภูผาด่าง ชมรมอารยธรรมสกลนคร และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันเดินเท้ากว่า 3 กิโลเมตร ขึ้นสู่บริเวณบ่อเดือนห้า จุดที่มีการค้นพบฟอสซิลดังกล่าว
...
ทั้งนี้ จากการสำรวจภาคสนาม พบว่าพื้นที่ค้นพบอยู่บริเวณลำห้วยบนภูผาด่าง ทำให้นักวิชาการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ชิ้นส่วนกระดูกที่พบอาจถูกกระแสน้ำพัดพามาจากแหล่งกำเนิดเดิม และยังมีความเป็นไปได้สูงที่ชิ้นส่วนฟอสซิลอื่นๆ จะยังคงฝังตัวอยู่ใต้ชั้นดินและหินในบริเวณเดียวกัน
ทางด้าน น.ส.พรเพ็ญ เผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นสามารถยืนยันได้ว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ที่มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 130 ล้านปี แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้อย่างชัดเจน จำเป็นต้องนำตัวอย่างเข้าสู่กระบวนการศึกษาและวิเคราะห์ทางบรรพชีวินวิทยาอย่างละเอียดอีกครั้ง
หลังจากนี้ พิพิธภัณฑ์สิรินธรจะนำชิ้นส่วนฟอสซิลที่ค้นพบไปดำเนินการสกัดหินและอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ เพื่อศึกษารายละเอียดทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ต่างแสดงความหวังว่า หากผลการศึกษายืนยันถึงคุณค่าทางวิชาการของแหล่งฟอสซิลแห่งนี้ อาจได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การค้นพบครั้งนี้ยังนับเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดสกลนคร ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งใหม่ของประเทศไทย และเป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ในยุคดึกดำบรรพ์เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน.