ครอบครัวเศร้า เป่าเค้กร้องเพลงหน้าโลงศพ "กาฟิวส์" หนุ่มพลเมืองดีขี่ จยย. ช่วยสาวหนีจากแฟนขู่ทำร้าย จนถูกซิ่งชนท้ายเสียชีวิต คนรักเปิดใจทั้งน้ำตา มีแพลนแต่งงานกันต้นปีหน้า ไม่คิดจะต้องเจอข่าวร้าย ในวันที่มาฉลองวันเกิดให้เขา

จากกรณีเหตุสลดที่ จ.สุรินทร์ หนุ่มซิ่งเก๋งชน จยย. ดับ 2 ศพ ตอนแรกคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดท้ายตรวจสอบกล้องหน้ารถ พบความจริง คนตายเป็นแฟนสาว ทะเลาะกันก่อนหนีไปขึ้น จยย. พลเมืองดี ซึ่งคือนายณัฐนนท์ จิตหาญ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ ชาว จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งถูกชนท้ายเสียชีวิตทั้งคู่ ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยบรรยากาศเมื่อช่วงคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ศาลาวัดหนองบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งจัดงานศพของนายณัฐนนท์ จิตหาญ เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นการสวดอภิธรรมศพวันแรก และตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 29 ปี ของผู้เสียชีวิต ญาติและคนใกล้ชิดจึงได้ร่วมกันจุดเทียนและเป่าเค้กวันเกิดหน้าโลงศพ ท่ามกลางน้ำตาและความอาลัย

นายกาญจน์ จิตหาร พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ครอบครัวก็ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ น้องเป็นเสาหลักของครอบครัว กำลังเติบโตก่อร่างสร้างตัว อนาคตอีกไกล อายุของน้องตอนนี้ก็ 29 ปีเต็ม ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลย ครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะคุณแม่รับไม่ได้เลย ร้องไห้ตลอดเวลา

พร้อมฝากถึงคนกระทำว่า คุณก็น่าจะมีสามัญสำนึกในการที่คุณให้สัมภาษณ์ คุณบอกว่าไม่ได้เจตนา ไม่ได้ตั้งใจจะทำ พูดได้อย่างไร สิ่งที่คุณกระทำ พ่อแม่สูญเสีย คนรักเขาก็สูญเสีย ไม่สามารถเอาคืนได้ อยากฝากถึงทางผู้ดูแลรักษากฎหมาย ช่วยทางพวกราษฎรอย่างพวกเราด้วย อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด 

วันนี้วันที่ 9 มิถุนายนเป็นวันเกิดของน้อง และน้องก็มาเสียชีวิตวันที่ 8 ทุกคนมาจุดเทียนเป่าเค้กวันเกิดให้กับน้อง ด้วยความรัก และความดีของน้องที่น้องสะสมมา ทั้งแฟนและเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานเขารักน้อง เขาเอ็นดูน้อง เพราะว่าน้องเป็นคนดี อัธยาศัยดี ในใจพ่อก็ขอให้น้องสู่ภพภูมิที่ดี ยังไงถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้น้องได้เกิดมาเป็นลูกพ่ออีก

ด้านน้องมอส แฟนสาวของผู้เสียชีวิต เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนเองเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมฉลองวันเกิดกับแฟนหนุ่ม แต่กลับต้องเผชิญข่าวร้ายที่ไม่มีวันคาดคิด โดยระหว่างนั่งรออยู่ที่สถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนเริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊กไปตามหา

เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่ม รวมทั้งป้ายทะเบียนที่คุ้นตา ทำให้เริ่มมั่นใจว่าเป็นรถของแฟน แม้จะพยายามปฏิเสธความจริงอยู่ตลอด กระทั่งญาติได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นแฟนตนจริง ก็ทำให้สติแตก และทำใจยอมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

แฟนสาวยังเผยอีกว่า ทั้งคู่ได้วางแผนอนาคตร่วมกันไว้แล้ว รวมถึงเรื่องการแต่งงานที่มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง แต่ไม่คิดว่าความฝันทั้งหมดจะต้องจบลงอย่างกะทันหัน "หนูตั้งใจมาร่วมฉลองวันเกิด อยากอวยพรให้เขามีความสุข แต่ไม่คิดเลยว่างานวันเกิดจะกลายเป็นงานศพ"