เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ “ร้านก๋วยเตี๋ยว” ใน จ.อุดรธานี หลังลูกค้ากินแล้วอาหารเป็นพิษ 13 ราย คาดสาเหตุจากวัตถุดิบปริศนา คล้ายเกลือ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.สันติรักษ์ มงคลนำ หัวหน้าพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.นัทธกานต์ วรรณพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางร่วมสอบสวนร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี
สืบเนื่องจากเหตุเมื่อเที่ยงวันที่ 8 มิ.ย. 69 ลูกสาวเจ้าของร้าน และผู้มารับประทานก๋วยเตี๋ยว มีอาการอาหารเป็นพิษถูกนำส่ง รพ.อุดรธานี 13 ราย โดยยังนอนรักษาตัวที่ รพ. 6 ราย
โดยทั้งหมดมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หายใจลำบาก อุจจาระร่วง ประกอบด้วย 1.นายพรชัย อายุ 30 ปี 2.นางสุปราณี อายุ 52 ปี (ลูกสาวร้านก๋วยเตี๋ยว) 3.นางสีนวน อายุ 49 ปี 4.นายศราวุธ อายุ 35 ปี มีอาการรุนแรงต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
...
5.นายธวัชชัย อายุ 33 ปี 6.นายอภิชัย อายุ 30 ปี 7.นายธันวา อายุ 17 ปี 8.นางนกน้อย แจ่มใสดี อายุ 87 ปี 9.น.ส.วิยะดา (แม่ค้าน้ำปั่น) 10.นางปัน (คนปรุงก๋วยเตี๋ยว) 11. น.ส.บุญเลี้ยง 12. น.ส.พรรณิการ์ (หลานสะใภ้ร้านก๋วยเตี๋ยว) และ 13. นายเมธิน
โดยสำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี ลงพื้นที่สอบสวนโรค และค้นหาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเก็บตัวอย่างอาหาร วัตถุดิบ และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ หาสาเหตุของการป่วย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอผล
พบนางปัน อายุ 70 ปี เจ้าของร้านและเป็นผู้ปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว และนางบุญเลี้ยง อายุ 55 ปี ญาติคนขายก๋วยเตี๋ยว และคนในครอบครัว รอพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำ ที่เกิดเหตุพบเป็นพื้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง ร้านน้ำปั่น และโดยรอบ
นางปัน เล่าว่า ตนขายก๋วยเตี๋ยวมา 6-7 ปี ช่วงนี้ตนจะไปขายทุเรียน โดยจะปรุงน้ำซุปเสร็จแล้วจะไปขายทุเรียนที่ตลาดไทยศิริ แล้วให้นางบุญเลี้ยงมาขายก๋วยเตี๋ยว วันเกิดเหตุเกลือที่ตนซื้อมาใช้หมด จึงเอาเกลือที่ลูกชายมาขายให้เมื่อ 3-4 วันก่อน มองด้วยสายตาเกลือมีสภาพเก่า ออกสีเหลืองเล็กน้อย จึงเอานิ้วแตะขึ้นมาชิม มีรสเค็มก็คิดว่าเป็นเกลือ จึงเอาไปใช้เป็นเครื่องปรุงตามสูตร
หลังจากปรุงก็ตักมาชิม 2 ช้อน เวลาผ่านไปสักพักรู้สึกชาที่ริมฝีปากก่อน จากนั้นก็รุนแรงขึ้น มีอาการวิงเวียนศีรษะจึงไปพักผ่อน ถ่ายอุจจาระไป 2 ครั้ง จากนั้นก็ไปเอายามารับประทาน ก่อนจะไปหาหมอ แล้วกลับมาพักผ่อน สำหรับเกลือต้นเหตุสาธารณสุขเก็บไปหมดแล้ว
“รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุนี้ขึ้น ตั้งแต่ขายก๋วยเตี๋ยวมาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ เพราะก่อนจะเทถุงเกลือที่ลูกชายนำมาขายให้ ตนก็ชิมและมีรสเค็ม ถ้าเป็นสารพิษก็เท่ากับว่าจะฆ่าล้างครัว เพราะไม่ใช่แค่ลูกค้าที่กิน คนในครอบครัวก็กินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน รู้สึกเสียใจมาก ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้” นางปันพูดทั้งน้ำตา
ขณะที่ นางบุญเลี้ยง อายุ 55 ปี คนขายก๋วยเตี๋ยว เล่าว่า มีลูกค้าเข้าร้านประมาณ 10 คน ส่วนใหญ่กินอาหารตามสั่ง มีกินก๋วยเตี๋ยว 3 ถุง ก่อนทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้า ก็ตักน้ำซุปขึ้นมาชิม 2-3 ช้อนเช่นกัน จากนั้นก็ปรุงให้ลูกค้าตามปกติ เวลาผ่านไปพอสมควรจึงเกิดอาการ เริ่มจากอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ถ่ายเหลว 2 ครั้ง จึงไปหายามารับประทานก็ดีขึ้น ที่อาการไม่รุนแรงน่าจะเพราะกินไม่เยอะ และอาเจียนออกมาจำนวนมากแล้ว แต่ลูกสาวเจ้าของร้านซึ่งไม่ค่อยสบาย ตื่นมากินก๋วยเตี๋ยว สักพักก็มีอาการชัก มองไม่เห็น บอกว่าเหนื่อยจะนอนหลับ จึงช่วยกันปลุกไม่ยอมให้นอนหลับแล้วเรียกกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล
...
“ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร จะเป็นเกลือหรือไม่ ก็ไม่ทราบ ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เต็มที่ เราเป็นคนค้าขาย ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้ใครเป็นอะไร เราไม่ได้ตั้งใจ เราไม่รู้ เราคนจนต้องทำมาหากิน น้องสาวก็ยังอยู่ไอซียู”
ด้านนายสินชู อายุ 46 ปี บุตรชาย ที่รีบกลับจากไซด์งานก่อสร้าง มาที่ร้านเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ และมีกลิ่นสุรา ยอมรับว่า เอาเกลือมาฝากแม่ 2 ถุงเล็ก โดยขอมาจาก “นายเชียร” บ้านอยู่ท้ายซอย เพราะคิดว่าเอาเกลือมาให้แม่ เอาไปใส่น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้คิดว่าเป็นอย่างอื่นเลย จากนั้นก็พาเจ้าหน้าที่ไปบ้านนายเชียร ซึ่งบริเวณหน้าบ้าน ใช้เป็นพื้นที่เก็บสะสมของเก่า เพื่อเตรียมนำไปขาย ส่วนหนึ่งถูกใส่ในถุงขนาดใหญ่ ขึ้นรถสามล้อเครื่องเตรียมขนไปขายพอดี
ต่อมา นายวิเชียร ได้ออกมาพบเจ้าหน้าที่ รับฟังสาเหตุที่ต้องมาสอบถาม เมื่อรับทราบเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ชี้แจงว่า ตนเองอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวแบบสันโดษ หลังเกษียณตัวเองจากวัด เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ ว่างๆ ก็ขับรถตระเวนไปเก็บของเก่า ที่ชาวบ้านเขาไม่ต้องการ นำมาทิ้งไว้ทั้งในและนอกถังขยะ นำกลับมารวบรวมไว้ที่บ้าน มีมากพอก็เอาไปขาย นายสินชูก็มาหาบ่อยๆ มีข้าวปลาก็หาให้กิน เสื้อผ้า รองเท้า ที่เก็บมายังใช้ได้ก็เอาให้ ส่วนถุงเกลือที่เก็บมาไม่ได้ให้ บอกแล้วว่าอย่าเอาไป เพราะเก็บจากขยะมันไม่สะอาด แต่ก็ยังแอบมาเอาไป 2 ถุง
...
พ.ต.อ.สันติรักษ์ มงคลนำ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ร่วมตรวจยึดถุงบรรจุวัสดุสีขาว 3 ถุง ที่นายวีเชียร ระบุว่า 1 ในนั้น คือถุงที่เก็บมาในวันเดียวกัน กับถุงที่นายสินชูแอบเอาไป 2 ถุง โดยจะนำไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ขณะเดียวกันจะต้องรอผลการตรวจ ของ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ที่เก็บตัวอย่างจากร้านก๋วยเตี๋ยว ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ พร้อมกับขอให้นางปัน , นางบุญเลี้ยง , นายสินชู และนายเชียรฯ ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำด้วย
ต่อมาเวลา 12.00 น.วันที่ 9 มิ.ย. 69 นายสุริยา อายุ 60 ปี ชาว ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ณฌาพัชร กองสุผล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ว่านายศราวุธ อายุ 35 ปี ลูกชายกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านดังกล่าวแล้วเกิดอาการปวดท้อง หน้าซีด หายใจลำบาก ได้พาเข้ารักษาที่ รพ.สต.หนองขอนกว้าง และส่งต่อ รพ.ศูนย์อุดรธานี นอนรักษาตัวที่ตึกผู้ป่วยหนัก
โดยนายสุริยา เล่าว่า นายศราวุธลูกชาย ทำงานรับเหมาก่อสร้างกับตน เที่ยงเมื่อวานลูกชายไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านดังกล่าว แล้วกลับมาพักผ่อนหน้างาน จากนั้นก็มีอาการคลื่นไส้ เข้าห้องน้ำออกมา มีอาการวิงเวียน หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจถี่ มีอาการสั่น จึงเปิดพัดลมให้ลูก แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงนำลูกส่งโรงพยาบาล ด้วยรถปิกอัพส่วนตัว
“ขับไปได้ครึ่งทางลูกมีอาการตาลอย มือหงิก น้าจึงงัดมือ งัดปาก ลูกจะเสียชีวิตแล้ว จึงแวะ รพ.สต.หนองขอนกว้าง และแจ้งให้กู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานีมารับ แต่อาการไม่ดีขึ้น จะเสียชีวิตระหว่างทาง จึงแวะเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ช่วยเหลือ เมื่ออาการดีขึ้นเล็กน้อย จึงส่งต่อโรงพยาบาลอุดรธานี ใส่ท่อหายใจ ตอนนี้รู้สึกตัว แต่ยังพูดไม่ได้ แต่รับรู้และพยักหน้า หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่หมอขอดูอาการ 3 วัน และให้อยู่ในโรงพยาบาล 1 สัปดาห์ อยากฝากให้ร้านที่ลูกไปกิน ให้ทำอาหารให้สะอาด ถูกสุขอนามัย แล้วออกมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น”
...