ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกับฝ่ายปกครอง บุกค้นร้านรับซื้อของเก่า รวบหนุ่มใหญ่เจ้าของร้าน และนายหน้าหาลูกค้า ปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย-รับจำนำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดรถของกลางกว่า 40 คัน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำหมายค้น เข้าตรวจค้นที่ร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งริมถนนรถไฟ ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากสงสัยว่า จะมีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายเอาไว้ 

ผลการตรวจค้นที่ร้านรับซื้อของเก่าดังกล่าว พบกับเจ้าของกิจการ อายุ 39 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น และนายหน้าหาลูกค้า อายุ 37 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์หลายยี่ห้อ จำนวน 39 คัน และรถยนต์ทั้งรถเก๋งและรถกระบะ รถบรรทุก 6 ล้อ รวม 10 คัน อาวุธปืนลูกโม่ .38 พร้อมกระสุนปืน สมุดบัญชีสัญญากู้ยืม และสัญญาซื้อขายจำนวนมาก 

...

พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น  เปิดเผยถึงการตรวจค้นและจับกุมทั้ง 2 คน ในครั้งนี้ว่า เนื่องจากในพื้นที่รับผิดชอบมีรถจักรยานยนต์ของประชาชนถูกลักขโมยไป เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ติดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีและหายไป มักจะมุ่งหน้ามาตามถนนริมทางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ต.เมืองเก่า 

จึงต้องทำการตรวจสอบจุดที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องหรือรถที่ถูกลักขโมยไปจะถูกนำมาซุกซ่อนไว้ จนพบว่าร้านรับซื้อของเก่าจุดนี้เป็นจุดที่น่าสงสัย เพราะด้านหน้าเปิดรับซื้อของเก่า แต่ในพื้นที่ติดกันอีก 2 จุดมีรถจักรยานยนต์และรถยนต์จอดซุกซ่อนเอาไว้จำนวนมาก จึงขอหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้นในร้านรับซื้อของเก่า และยึดของกลางทั้งหมด เพื่อนำมาตรวจสอบ

รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวอีกว่า จากการตรวจยึดของกลางที่มีทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ได้แยกของกลางออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่มีชื่อลูกค้านำมาจำนำกับทางร้าน และอีกส่วนคือรถที่ไม่มีสัญญาจำนำ ทั้งยังต้องตรวจสอบว่า การรับจำนำรถนั้นเป็นการขออนุญาตจดทะเบียนทำธุรกิจที่ถูกกฎหมายหรือไม่ และอัตราดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้า อยู่ในอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

จากการสอบสวนเจ้าของร้าน ให้การว่า เปิดร้านรับซื้อของเก่ามานานแล้ว แต่การรับจำนำรถนั้น ทำมาได้ประมาณปีกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชนทั่วไป โดยรถจักรยานยนต์นั้นจะรับจำนำตามสภาพ เฉลี่ยคันละพันกว่าบาท และทำสัญญาไว้ และหากรถคันไหนจำนำแล้วไม่มีไถ่คืน กลายเป็นรถหลุดจำนำก็จะขายต่อทันที บางคันก็แยกชิ้นส่วนขาย ส่วนรถยนต์ก็เช่นกันหากหลุดจำนำก็จะขายต่อทันทีเช่นกัน ส่วนการหาลูกค้า มีนายหน้าดังกล่าวช่วยดูแล แล้วก็แบ่งรายได้ในส่วนที่ขายรถหลุดจำนำเท่าๆ กัน  

หลังการสอบสวน ได้ควบคุมทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวน ขยายผลหากลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป