หนองคายวุ่น คนร้ายขโมย "ยอดพระเกศทองคำ" หนัก 5 บาท ภายในวัดหายโศก พิรุธ "พระต้น" หนึ่งในพระลูกวัดหายตัวหลังเกิดเรื่อง ตร. เร่งประสานตามหาตัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งจากวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ว่าเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาขโมยยอดพระเกศเกษาบนเศียรพระพุทธรูป "องค์พระพุทธชินราชหายโศก" ภายในพระอุโบสถ โดยบริเวณยอดพระเกศดังกล่าว มีทองคำประดับอยู่ น้ำหนักกว่า 5 บาท

จากการสอบถามพระภายในวัดเบื้องต้น คาดว่ายอดพระเกศเกษาทองคำอาจสูญหายไปแล้วประมาณ 2-3 วัน ก่อนที่ทางวัดจะเพิ่งสังเกตเห็นว่าทองคำบริเวณยอดพระเกศเกษาบนเศียรพระพุทธรูปหายไป จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว 

ต่อมาได้มีการเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องภายในวัด ทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ไวยาวัจกร มาพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อตรวจดีเอ็นเอกับลายนิ้วมือที่คนร้ายทิ้งร่องรอยไว้ และเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจนั้น ซึ่งเหลือเพียงช่างบางส่วน และพระมารุต หรือ พระต้น พระลูกวัดที่มาบวชได้ 6 เดือน ไม่ได้เข้ามาตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ แต่ต่อมาหลังจากที่คณะพระกลับมาจาก สภ. ก็พบว่า พระต้นได้หายตัวออกไปจากวัดแล้ว โดยกล้องวงจรปิดจับได้ในเวลาต่อมาว่าได้ถือกระเป๋าก่อนจะขับรถกระบะมุ่งหน้าไปยัง บขส.หนองคาย และขึ้นรถทัวร์ขาดการติดต่อไป

...


ต่อมา เวลา 19.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 เพื่อติดตามเบาะแสของพระมารุต หรือ พระต้น หลังมีข้อมูลว่า ได้ขึ้นรถทัวร์ออกจากจังหวัดหนองคาย เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. และคาดว่าจะเดินทางมาถึง บขส.ขอนแก่นแห่งที่ 3

จากการตรวจสอบกับทางบริษัทรถ พบว่ารถทัวร์คันดังกล่าวเดินทางเข้ามาจอดที่ บขส.ขอนแก่น ตามช่วงเวลาที่ได้รับเบาะแสจริง โดยมาถึงประมาณ 13.30 น. อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบบริษัทกลับไม่พบรายชื่อผู้จองตั๋วในเที่ยวรถดังกล่าวที่เป็นพระ 

ประเด็นดังกล่าวทำให้มีข้อสังเกตว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่ผู้โดยสารรายดังกล่าวไม่ได้ถูกบันทึกชื่อผ่านระบบจำหน่ายตั๋วของบริษัท โดยผู้สื่อข่าวได้ติดต่อพนักงานขับรถคันดังกล่าวทางโทรศัพท์ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานขับรถระบุว่าไม่มีพระขึ้นรถมา ก่อนจะตัดสายไป 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้พยายามสอบถามวินรถโดยสารสาธารณะทุกชนิด รวมถึงบุคคลที่อยู่โดยรอบพื้นที่ บขส.ขอนแก่น เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่าพบเห็น หรือร่องรอยของพระต้นแต่อย่างใด 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน และติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องสงสัย เพื่อคลี่คลายคดีขโมยยอดพระเกศทองคำจากพระพุทธรูปภายในพระอุโบสถวัดหายโศก จ.หนองคาย ซึ่งถือเป็นเหตุสะเทือนใจต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า หลังจากที่ตำรวจสภ.หนองคาย ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและไล่สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไว้ และพบว่ามีพระมารุต หรือ "พระต้น"  หายไปจากวัด และไปพบหลักฐานล่าสุดว่าเดินทางขึ้นรถทัวร์ไปลงที่บริเวณแยกสีคิ้ว จ.นครราชสีมา 

ล่าสุด พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว ระบุว่า ตัวเองติดราชการหลายวันและได้มอบให้ รอง ผกก. อีกคนรักษาการแทน แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่มีการร้องเรียน หรือประสานงานจากตำรวจหนองคาย ให้ช่วยติดตามหรือหาเบาะแส "พระต้น" ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักพระเกตุ แต่หากมีการประสานงานมาทางตำรวจสีคิ้วก็พร้อมให้ความร่วมมือ