ร่าง “น้องโรส” เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เดินทางถึงบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี เพื่อตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนา ขณะที่แม่บุญธรรม เผยฝันเป็นลาง แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุกับน้อง
เวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ค.69 ที่วัดสวนสวรรค์ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ครอบครัว ญาติพี่น้อง ของ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือ “น้องโรส” อายุ 25 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ปรับอากาศ บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-เพชร กรุงเทพฯ เดินทางมาร่วมรับศพ และเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ด้วยความโศกเศร้า
นางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี แม่บุญธรรม ซึ่งเลี้ยง“น้องโรส”มาตั้งแต่ 8 ปี เล่าว่า ตนเป็นพี่สาวพ่อของ“น้องโรส” หรือเป็นป้า รับเลี้ยงน้องไปตั้งแต่พ่อน้องเสียชีวิต ส่งเสียเลี้ยงดูน้องตั้งแต่ ป.2 “น้องโรส”เป็นคนน่ารัก ร่าเริง สดใส เรียนเก่ง จบเกียรตินิยมอันดับ 2 จาก ม.เกษตรศาสตร์ อนาคตน้องกำลังก้าวหน้า ทำงานบริษัทนำเข้าแผ่นเสียงจากต่างประเทศ “น้องโรส”เป็นความภูมิใจของครอบครัว ไม่คิดว่าจะจากไปโดยที่ยังไม่ร่ำลา
นางวิภาดา เล่าอีกว่า โดยปกติน้องชอบเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือไม่ก็รถจักรยานยนต์รับจ้าง วันเกิดเหตุ (16 พ.ค.) คาดว่าน้องกำลังจะเดินทางไปทำงานพิเศษ เป็นดีเจที่คาเฟ่ ย่านบางนา จนเวลา 15.38 น. โทรศัพท์ตนได้รับข้อความเตือนเป็นภาษาอังกฤษ จากเบอร์โทรศัพท์ของน้องกว่า 10 ข้อความ ดังติดต่อกันตลอด จึงโทรศัพท์กลับไปหาน้องหลายสาย กว่าจะมีคนรับเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ถึงทราบข่าวว่าน้องประสบอุบัติเหตุ รถไฟชนรถเมล์ ตอนแรกตนยังไม่คิดว่าน้องจะเสียชีวิต คิดว่าแค่บาดเจ็บ จึงรีบเดินทางเข้าไปติดต่อ จนพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แล้วยืนยันว่าเป็นศพน้อง เพราะร่างน้องไหม้ดำจนมองไม่รู้เลย ประกอบกับข้อมูลในโทรศัพท์น้อง มีการโอนจ่ายค่ารถเมล์สาย 206 ด้วย ที่ยืนยันว่าน้องโดยสารรถเมล์คันเกิดเหตุ
...
นางวิภาดา ยังเล่าถึงลางบอกเหตุ ว่า ก่อนน้องเสียชีวิต ประมาณ 3-4 วัน ตนฝันเห็นพ่อร้องไห้และปู่มาเล่นกับน้อง หัวเราะอย่างมีความสุข แต่ไม่คิดว่าฝันนี้จะมาเป็นลางบอกเหตุ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับครอบครัวใครเลย เพราะมันเกิดจากความประมาท ตั้งแต่เกิดเหตุมีแต่ทาง ขสมก.มาดูแล ยังไม่พบเจ้าหน้าที่จากทางรถไฟ มาหาตนเลย สำหรับศพ“น้องโรส” จะตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดสวนสวรรค์ อ.พิบูลมังสาหาร เป็นเวลา 3 วัน และฌาปนกิจศพ ในวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.69
