โรงเรียนสังกัด อบจ.มหาสารคาม ดูงานโรงเรียนดรุณาราชบุรี ถอดแบบ GPAS 5 Steps เรียนรู้เป็นระบบ ตั้งแต่การค้นข้อมูล วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ สื่อสารและสะท้อนคิด

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพลพัฒน์ จรัสเสถียร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาสารคาม นำคณะผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนในสังกัด อบจ.มหาสารคาม กว่า 104 คน ศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี จ.ราชบุรี เพื่อนำแนวคิดกลับไปพัฒนาโรงเรียน โดยมีบาทหลวง ผศ.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps

นายศักดิ์สิน กล่าวว่า โลกยุค AI คิดล้ำไปกว่ามนุษย์นับล้านเท่า ทำให้มนุษย์ที่ยังเรียนท่องจำตามแบบ ซึ่งล้วนเป็นการเรียนแบบการจำข้อมูล เป็นความจำที่มีวันหมดอายุในเวลาอันสั้น ผู้เรียนต้องถูกบ่มเพาะกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบจนเป็นแบบแผนผังลึกเป็นความจำระยะยาว เพื่อพัฒนาการวิเคราะห์คิดสร้างสรรค์และเป็นภูมิคุ้มกันอย่างมีวิจารณญาณในการใช้ความรู้ โดย AI ทำให้ความรู้ไม่มีวันหมดอายุ โรงเรียนจึงไม่สามารถสอนเด็กด้วยระบบท่องจำ เพื่อสอบเหมือนเดิมได้อีกต่อไป เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่ใครจำได้มากกว่า แต่คือ ใครสามารถนำความรู้ไปสร้างคุณค่าและนวัตกรรมได้มากกว่า ขณะที่หัวใจของ GPAS 5 Steps คือ การพัฒนาเด็กให้เรียนรู้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การค้นข้อมูล วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ สื่อสารและสะท้อนคิด จนเด็กกลายเป็นเจ้าของความรู้ด้วยตนเอง

บาทหลวง ผศ.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป้าหมายของโรงเรียนไม่ใช่แค่ทำกิจกรรมให้สนุก แต่คือ การสร้างระบบสร้างปัญญาโดยเปลี่ยนครูจากผู้สอนไปสู่ผู้ออกแบบการเรียนรู้ หรือ Learning Designer เปิดโอกาสให้เด็กคิด ทดลองและค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง เสียงสะท้อนจากครูผู้สอนระบุว่า ห้องเรียนแบบ Active Learning อาจไม่ได้เงียบเหมือนเดิม แต่เสียงพูดคุย ถกเถียงและระดมสมองของนักเรียนคือ เสียงของการคิดที่กำลังเกิดขึ้นจริงในห้องเรียน

...

นายพลพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัด อบจ.มหาสารคามมีทั้งหมด 21 โรงเรียน นักเรียนกว่า 4,500 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กจากครอบครัวยากจนและผู้ด้อยโอกาส แม้จะมีครูประมาณ 400 คน แต่ยังขาดครูภาษาอังกฤษและไม่สามารถรับเพิ่มได้ เพราะติดข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง อบจ.มหาสารคามจึงเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ผ่านการจัดห้อง Smart Classroom เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมต้องการยกระดับเด็กให้คิดเป็น วางแผนเป็นและใช้ชีวิตเป็น มากกว่าการเรียน เพื่อสอบเพียงอย่างเดียว การศึกษาดูงานครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเยี่ยมชมโรงเรียนต้นแบบ แต่คือ การเตรียมนำโมเดลราชบุรีไปสร้างเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบในภาคอีสาน โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะพัฒนาครูนวัตกร สร้างผลงานนวัตกรรมของนักเรียนและผลักดันมหาสารคามสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งปัญญาของภาคอีสาน