สาวไทยวัย 28 ปี หนีตายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปต ปีนกำแพงชายแดนกลับไทย พลาดตกข้อเท้าหัก ก่อนทหารพรานเข้าช่วยเหลือไว้ได้


วันที่ 10 พ.ค. 69 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 06.40 น. วานนี้ (9 พ.ค.) กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และ ร้อย.ทพ.1201 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้รับการประสานจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างเที่ยงธรรมสถาน ว่าพบหญิงสาวได้รับบาดเจ็บบริเวณแนวชายแดน ระหว่างจุดตรวจ อ.13 – อ.14 บ้านดงงู ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับกู้ภัยเข้าตรวจสอบ พบหญิงสาวชาวไทย 1 ราย อยู่ในสภาพบาดเจ็บข้อเท้าขวาหัก ไม่พบหนังสือเดินทาง ทราบชื่อคือ น.ส.พิมพร อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดตราด เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ แพทย์ทำการใส่เฝือกและอนุญาตให้กลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเปาโล กรุงเทพมหานคร ตามความประสงค์ของผู้บาดเจ็บ

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.พิมพร ให้การว่า ได้ติดต่อสมัครงานผ่านกลุ่มหางานในเฟซบุ๊ก โดยมีการอ้างว่าเป็นงานแอดมินเว็บพนันออนไลน์ สามารถทำงานจากบ้านได้ และให้นำสมุดบัญชีธนาคารติดตัวมาด้วยเพื่อใช้รับเงินเดือน ก่อนจะมีผู้นำพามารับจากกรุงเทพฯ เดินทางมายังอำเภออรัญประเทศ แต่เมื่อมาถึงกลับถูกลักลอบพาข้ามแดนไปยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา

...

เมื่อเดินทางถึงฝั่งกัมพูชา ถูกบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร และถูกควบคุมตัวอยู่ภายในอาคารที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและการสแกนใบหน้าให้กลุ่มมิจฉาชีพ

หญิงสาวเล่าว่า ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาเริ่มเข้ากวาดล้างแรงงานต่างชาติในพื้นที่ปอยเปต ทำให้เธออาศัยจังหวะหลบหนีออกจากตึก และไปพักอยู่กับญาติในฝั่งกัมพูชา ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย แต่ไม่มีเงินจ้างผู้นำพา จึงสอบถามเส้นทางจากชาวบ้านและเดินเท้าลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ

กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 9 พ.ค. ขณะปีนกำแพงชายแดนเพื่อกลับเข้าประเทศไทย ได้พลาดตกลงมาจนข้อเท้าหัก ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากกู้ภัย ก่อนเจ้าหน้าที่ทหารพรานจะเข้าช่วยเหลือไว้ได้

ภายหลังการช่วยเหลือ ร้อย.ทพ.1201 ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบเครือข่ายขบวนการจัดหางานผิดกฎหมายและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติต่อไป.