“ศุลกากรช่องจอม” เตือนภัยพี่น้อง “ชาวอีสานใต้” ก่อนซื้อให้ระวัง “ของแท้ ของดี ของถูก ไม่มีในโลก” เผย 3 เดือนจับของเถื่อนเฉียด 6,000 รายการ รวมมูลค่าความเสียหายฯ กว่า 55 ล้านบาท


วันที่ 10 พ.ค. 69 นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอมโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตราย, การสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ และการวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม ดังที่ทราบกันดีแล้วนั้น

นายประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้กำชับให้ด่านศุลกากรช่องจอม ในฐานะที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดในเขตอีสานใต้ คือ สุรินทร์, บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ซึ่งมีจำนวนประชากรกว่า 7 ล้านคน อีกทั้งมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูง ให้เข้มงวดกวดขันสินค้าไม่พึงปรารถนาที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและความสงบสุขของบ้านเมือง

...

นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อห่วงใยของรัฐบาลต่อผู้คนในแถบอีสานใต้ ทำให้ในช่วงที่ผ่านทางด่านศุลกากรช่องจอมจึงได้ทำการ “กดดัน เข้มงวด กวดขัน ป้องกัน และปราบปราม” สินค้าเถื่อนประเภทต่างๆ อย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยตลอดช่วง 3 เดือนตั้งแต่ มี.ค. - พ.ค. 69 ได้ทำการเข้าตรวจค้นโกดังและร้านค้าเป็นจำนวนมาก และสามารถจับกุมสินค้าประเภทต่างๆ อาทิเช่น เครื่องสำอางไม่มี อย. , น้ำหอม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าปลอม , เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มี มอก. ฯลฯ รวมแล้วเกือบ 6,000 รายการ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 55 ล้านบาท

“เราจะเดินหน้าปราบปรามสินค้าเถื่อนเหล่านี้ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และขอฝากวิงวอนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อในสินค้าที่ราคาถูกเกินกว่าปกติเพราะ “ของแท้ ของดี ของถูก ไม่มีในโลก” ซึ่งสินค้าปลอมหรือไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้เมื่อนำมาใช้ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านฯเอง อีกทั้งยังสร้างความเสียหายในเวทีการค้าระหว่างประเทศของไทยอีกด้วย” นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย.