ชาวบ้านแนวชายแดนตื่นตระหนก หลังจากออกไปหาอึ่งท้ายเขื่อน เจอทหารกัมพูชาอาวุธครบมือส่องไฟฉายพร้อมยิงปืนขู่ ต้องทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ ซ่อนตัวก่อนจะหนีมาได้หวุดหวิด เผยนาทีเอาชีวิตรอด ยืนยันเป็นพื้นที่ฝั่งไทย
วันนี้ (9 พ.ค. 69) มีรายงานว่า ชาวบ้านสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างตื่นตระหนก หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาชาวบ้านจำนวน 2 คนออกไปหาอึ่งอยู่บริเวณบุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน แล้วไปเจอกับทหารกัมพูชากว่า 10 คนพร้อมอาวุธครบมือ ทำให้ต้องทิ้งรถจักรยานยนต์และอึ่งที่หามาได้แล้วหนีเอาตัวรอดมาได้หวุดหวิด
จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณบนดงแถว “ฐานแมงป่อง” เขตอธิปไตยของประเทศไทย โดยเช้าวันนี้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาชาวบ้านไปชี้จุดและไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลับคืนมาได้ แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในอาการหวาดผวาเกรงว่าจะมีเหตุปะทะครั้งที่ 3 อีกหรือไม่
นางกัลย์สุดา บุตรเพชร อายุ 51 ปี อยู่บ้านในพื้นที่ ม.7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ภรรยาคนหาอึ่งที่ไปประสบเหตุ เล่าว่า เวลาประมาณ 19.00 น. คืนที่ผ่านมา หลังฝนหยุดตก สามีได้ออกไปหาอึ่งกับน้องชายรวม 2 คนเป้าหมายไปที่ “บุตาพุ่ม” ซึ่งอยู่บริเวณท้ายเขื่อน และเป็นบริเวณที่สามีถนัดเข้าไปหาของป่าเป็นประจำ
...
เวลาประมาณ 20.30 น. สามีโทรศัพท์มาหาลักษณะกระซิบบอกว่า “เติมเงินโทรศัพท์ด้วย” ไปเจอทหารกัมพูชาแล้วตัดสายไป ตอนนั้นกังวลมาก ให้ลูกเติมเงินให้แต่โทรไปอีกไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ยิ่งมีความรู้สึกเป็นห่วงเกรงว่าสามีจะได้รับอันตราย ตนจึงประสานผู้ใหญ่บ้านให้หาทางช่วยเหลือและกลับมาได้เวลาประมาณ 24.00 น. แต่รถจักรยานยนต์ได้ทิ้งไว้ในป่า
นายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี อยู่บ้านใน ม.7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด เล่านาทีที่ไปเจอทหารกัมพูชา ว่า ตนไปกับน้อง 2 คน น้องเดินนำหน้าห่างกันประมาณ 50 เมตร
ระหว่างนั้นตนเห็นไฟฉาย 3 ดวงคิดว่าเป็นคนบ้านเดียวกันที่ไปหาอึ่ง จึงเดินไปหาแล้วถามว่า “ได้เยอะไหม” พอเดินเข้าไปใกล้กลับเป็นทหารกัมพูชา 3 นาย อาวุธครบมือทั้งปืนทั้งมีด ตนตกใจทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกับทหารกัมพูชาที่ตกใจคิดว่าเป็นพวกเขาเช่นเดียวกัน
แต่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ตนจึงบอกว่าได้ยินเสียงอึ่งเดินออกมาแล้วปิดไฟวิ่งต่อ จากนั้นได้มีทหารกัมพูชาอีกประมาณ 10 คนวิ่งตามตนมา ตนจึงวิ่งเข้าไปหลบอยู่พุ่มไม้แล้วเทอึ่งที่จับได้มาเททิ้ง ส่วนน้องที่มาด้วยกันก็อ้อมไปอีกทางหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ประมาณ 2 ชม.จึงเดินออกมาโดยทิ้งรถจักรยานยนต์ที่บริเวณนั้นเพื่อเอาตัวรอดก่อน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนของทหารกัมพูชาดังขึ้น 1 นัด โชคดีที่ป่านี้ตนรู้จักทั้งหมด จำต้นไม้ได้ทุกต้นจึงหนีออกมาได้
นายอภิรักษ์ เล่าด้วยว่า บริเวณที่พวกตนไปหาอึ่งเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ห่างจากชายแดนประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่ไม่ทราบว่าทหารกัมพูชาเข้ามาลึกได้อย่างไร มีความเป็นไปได้หลายอย่าง เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่มักจะมีคนนำเอาสินค้าหรือของเถื่อนผ่านบริเวณนี้.