ชุดสืบสวนฯ ตำรวจภูธรภาค 4 สกัดจับกระบะท่อดัง ลักลอบขนยาไอซ์ 238 กก. มูลค่ากว่า 300 ล้าน รวบหนุ่มคนขับวัย 29 ปี รับจ้างจากเพื่อนชาวลาว เตรียมนำของกลางไปส่งในพื้นที่ จ.อยุธยา
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยถึงการจับกุม นายเอกราช หรือ ปาล์ม ลือดารา อายุ 29 ปี ชาว ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 238 กก. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ IPHONE รุ่น 13 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง รถยนต์กระบะยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีดำ หมายเลขทะเบียน กว 9026 นครปฐม 1 คัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 มีการเข้มงวด จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องตามจังหวัดแนวชายแดนแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เลย, จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม
โดยการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาไอซ์ในครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติด ลักลอบขนยาเสพติดด้วยรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Isuzu รุ่นดีแม็ก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน แต่ท่อไอเสียเสียงดัง เพื่อขนยาเสพติดที่เป็นยาไอซ์ไปส่งให้เครือข่ายยังพื้นที่จังหวัดชั้นในของภาคอีสาน โดยใช้เส้นทางหนองคาย-บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
...
จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4 และ พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 นำกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และจับกุมบุคคลที่ลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้ โดยเมื่อเวลา 01.30 น. ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้เฝ้าสังเกตการณ์รถยนต์ที่ขับผ่านไปมาตามถนนเส้นทางเข้าในสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านโคสี ต.ไคสี อ.เมือง จ.บึงกาฬ
จนพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับเข้ามาในพื้นที่สวนยางพาราท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำกำลังสกัดไว้ และยางรถล้อหน้าด้านขวาแตกไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้ คนขับรถและคนที่โดยสารมาในรถ ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็สามารถจับกุมตัวคนขับรถเอาไว้ได้ ทราบชื่อว่า นายเอกราช หรือ ปาล์ม ลือดารา อายุ 29 ปี และยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้
จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันที่ผู้ต้องหาได้ขับขี่มา พบกระสอบปุ๋ยห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ภายในเบาะนั่งหลังคนขับ และพบอยู่ท้ายกระบะบรรทุกอีก 3 กระสอบ เมื่อนำมาตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์ จำนวน 238 ถุง น้ำหนักประมาณ 238 กก. คิดเป็นมูลค่ากว่าสามร้อยล้านบาท
รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า มีเพื่อนชาวลาว ว่าจ้างให้ขับรถยนต์ที่บรรทุกยาไอซ์ลอตนี้ไปส่งยังพื้นที่ จ.อยุธยา เมื่อส่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้ค่าจ้าง จำนวน 50,000 บาท จึงชวนเพื่อนนั่งรถมาด้วย แต่ยังไม่ได้ออกนอกพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้
ส่วนรถยนต์คันที่ใช้เป็นพาหนะในการขนยาไอซ์นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนว่า เจ้าของรถเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาไอซ์ครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการสืบสวน ขยายผล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีกับขบวนการผู้ค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดในคดีนี้ เพื่อนำตัวมาขยายผลถึงเครือข่ายแล้วทำการจับกุม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนรถยนต์คันที่ใช้เป็นยานพาหนะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดทรัพย์ที่เป็นทรัพย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
จากนั้นชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน, เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย