เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายแก๊ง "จีนเทา" เจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด พร้อมเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน


จากกรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่-เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลตำบล หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯ โดยมีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังกรมการปกครองประสานเข้าตรวจสอบ พบความผิดปกติในการออกเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ (จีนเทา) ซึ่งขณะนี้พบข้อมูลความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีแจ้งเกิดทิพย์ หลังระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎรของเทศบาลและปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เร่งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดทิพย์ ย้อนหลังไป 5 ปี เพื่อทำการเพิกถอนสูจิบัตรของเครือข่ายกลุ่มคนจีนที่นำเอกสารเท็จมาแอบอ้างขอแจ้งเกิดกับ น.ส.ดา (นามสมมุติ) เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจ ป.ป.ป.และชุดปฏิบัติการสืบสวนของกรมการปกครอง จับกุมตัวไปเมื่อเช้าวันนี้ ตามที่กรมการปกครองโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งได้จับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของคนจีนได้รับสัญชาติไทย จำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 6 คน และขยายผลได้อีก 1 คดี 

...

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบค้นเอกสารและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อขยายผลถึงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ของกลุ่มจีนเทา และเด็กต้องสงสัยที่ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ ขณะถูกสกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รวมทั้งพบความเชื่อมโยงเครือข่ายปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 ราย ที่มีข้อมูลการเกิดจริงแต่ถูกสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 ราย ไม่พบข้อมูลการเกิดเลย และจนถึงขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง พบการแจ้งเกิดทิพย์จำนวน 50 ราย โดยแยกเป็นกรมการปกครองพบ 5 ราย เทศบาลฯ พบ 45 ราย ซึ่งได้เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว พร้อมกับเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีได้ 

ล่าสุด มีรายงานเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ เครือข่ายแก๊งจีนเทา เริ่มจากจะมีการติดต่อว่าจ้าง นายนพรัตน์ อดีตปลัดอำเภอหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา โดยนายนพรัตน์ จะเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการดำเนินการ เพราะเคยมีรหัสกลางของกรมการปกครองที่สามารถเข้าในระบบทะเบียนราษฎรได้ทั่วประเทศ ทางแก๊งจีนเทาจะมีออเดอร์ให้นายนพรัตน์ ดำเนินการให้ โดยมีค่าตอบแทนให้รายละ 3-5 หมื่นบาท โดยว่าจ้างให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียนสมรสทิพย์, ปลอมใบแจ้งเกิดทิพย์ และหาบ้านเพื่อบรรจุชื่อลงในทะเบียนบ้านให้ 

จากนั้น นายนพรัตน์ จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรของที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลที่เคยเป็นลูกน้องร่วมงานกันมาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน ให้เป็นผู้รับแจ้งเกิดทิพย์ให้ โดยให้ค่าจ้างรายละ 1-3 หมื่นบาท ซึ่ง น.ส.ดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และอดีตลูกจ้างงานทะเบียนราษฎรที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง กับนายนพรัตน์ เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงคุ้นเคยกันดี 

นอกจากนี้ การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ป.ป.ป. และชุดสืบสวนปฏิบัติการของกรมการปกครอง ยังตรวจพบข้อมูลอีกว่า เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา มีการแจ้งเกิดทิพย์ในลักษณะเดียวกันนี้จำนวน 18 ราย อีกด้วย.