"น.ส.เกด" เปิดใจจากลาว ยันไม่ใช่นกต่อลวงฆ่าหนุ่มวัย 26 ดับคา "ร้านตัดผม" ชี้ไม่ใช่ภรรยาคนที่ 3 ของ "ช่างเอก" แต่ตกเป็นเหยื่อเพราะถูกขืนใจ - ทำร้ายหลายครั้ง จนต้องหนี พร้อมให้ข้อมูล ตร. หากรับรองความปลอดภัย

วันที่ 19 เมษายน 2569 จากกรณีที่ นายจีราวัฒน์ รัตนาวิมานทิพย อายุ 59 ปี หรือ ช่างเอก เจ้าของร้านตัดผมในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้ก่อเหตุใช้สากกะเบือทุบหัวนายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปี หรือ ตี๋ เสียชีวิต โดยมีคลิปที่พยานอายุ 15 ปี ถ่ายไว้และให้การว่า เมีย 2 คนของช่างตัดผม ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้จับกุมทั้ง 3 ส่งดำเนินคดี และอยู่ในระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หลังพบข้อมูลอาจมีเรื่องปมชู้สาว เชื่อมโยงกับ น.ส.เกด วัย 30 ปี สัญชาติลาว ซึ่งเคยมีความเกี่ยวข้องกับผู้ตาย และผู้ก่อเหตุ แต่ได้กลับประเทศไปตั้งแต่ 1 เดือนที่แล้ว นั้น 

ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. 2569 ทีมข่าวไทยรัฐ ได้พูดคุยกับ น.ส.เกด ทางโทรศัพท์ ซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศลาว โดยเจ้าตัวยอมรับว่า หลังทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจอยู่ในภาวะย่ำแย่ และรู้สึกกดดันจากกระแสสังคมที่ตั้งข้อสงสัยว่าตนเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะนกต่อ หลอกล่อผู้เสียชีวิตไปให้นายเอกฆ่า 

 น.ส.เกด ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมชี้แจงความสัมพันธ์กับนายเอก (ผู้ก่อเหตุ) ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยาตามที่มีการนำเสนอข่าว แต่ตนถูกนายเอกบังคับขืนใจมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 15 ปี โดยฝ่ายชายเข้าใจไปเองว่าตนเป็นภรรยา ทั้งที่ความจริงตนไม่ได้ยินยอม และทำให้ตนมีลูกร่วมกับนายเอก 1 คน 

...

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนถูกนายเอกข่มขู่ฆ่าและใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ไม่สามารถหลบหนี หรือใช้ชีวิตอิสระได้ โดยนายเอกบอกว่า หากตนพยายามหนี หรือมีความสัมพันธ์กับคนอื่น นายเอกจะไปฆ่าให้หมด ทั้งตนเอง แฟนใหม่ และนายเอกอ้างว่าจะฆ่าตัวตายตาม ทำให้ต้องจำใจอยู่ร่วมบ้านเดียวกับนายเอกและนางนิ่ม ซึ่งเป็นภรรยาของนายเอก โดยใช้ชีวิตแยกกันอย่างชัดเจน อยู่คนละห้อง 

ล่าสุดตนโดนทำร้ายร่างกายจากนายเอก เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนายเอกทำร้ายอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้ง ทั้งการเตะ ต่อย บีบคอ และใช้ค้อนทุบทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นกระดูกซี่โครงหัก ไม่สามารถทำงานหรือช่วยเหลือตัวเองได้ สาเหตุเกิดจากความหึงหวง และการจับผิดเรื่องการติดต่อกับผู้อื่น 

ภายหลังถูกทำร้าย ตนจึงตัดสินใจหลบหนี โดยออกอุบายว่าจะกลับบ้าน ก่อนที่นายเอกจะพาไปส่ง และเมื่อเดินทางถึงประเทศลาว ตนจึงตัดการติดต่อบล็อกทุกช่องทางทันที 

ในส่วนของความสัมพันธ์กับนายตี๋ (ผู้เสียชีวิต)  น.ส.เกด ระบุว่าเริ่มต้นจากการเป็นลูกค้า ก่อนพัฒนามาเป็นการพูดคุยกันประมาณ 1 ปีเศษ จากนั้นมีปัญหาเรื่องการเงินจนค่อย ๆ ห่างกันไป และไม่ได้ติดต่อกันอีก โดยยืนยันว่าในช่วงที่คบหากัน นายเอกไม่ทราบเรื่อง และนายเอกเพิ่งมารับรู้ภายหลังที่ตนเดินทางกลับมาประเทศลาวแล้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้เกิดความโกรธแค้น 

สำหรับประเด็นโทรศัพท์มือถือที่ถูกกล่าวอ้าง  น.ส.เกด ยืนยันว่า โทรศัพท์ iPhone 15 Pro Max เครื่องดังกล่าวอยู่กับตนเอง ส่วนกล่องน่าจะลืมไว้ที่ร้าน และตนไม่ได้ฝากให้นายตี๋มารับตามที่มีการกล่าวอ้าง เชื่อว่าเป็นการสร้างเรื่องจากนายเอก เพื่อหลอกล่อผู้เสียชีวิตให้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ 

ส่วนพฤติกรรมของนิ่ม (ภรรยานายเอก) เขาก็เป็นคนดี และเคยถูกนายเอกทำร้ายเช่นเดียวกัน และเคยโดนนายเอกจับโกนหัว ส่วน "มล" นั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดความสัมพันธ์ชัดเจน ว่าจะโดนขืนใจแบบตนหรือไม่ 

ตนขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ได้มีเป็นภรรยาคนที่ 3 ของนายเอก แต่เป็นผู้เสียหายจากการถูกข่มขืนและบังคับขู่เข็ญ และว่าการหลบหนีออกนอกประเทศ ก็เป็นการหนีตายเหมือนกัน และตนก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อความกระจ่างของคดี แต่ขอให้มีการรับรองความปลอดภัยในชีวิตก่อน เนื่องจากยังคงมีความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย