สคร.9 เตือนเกษตรกร ผู้สัมผัสดินและน้ำ เสี่ยง "โรคเมลิออยด์" หรือไข้ดิน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ป่วยสะสมแล้ว 129 ราย สูงสุดอยู่ที่ "บุรีรัมย์" แนะวิธีป้องกัน - สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์ 

วันที่ 19 เมษายน 2569 นางอินท์ฉัตร สุขเกษม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9 นครราชสีมา) เปิดเผยว่า สคร.9 นครราชสีมามีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในช่วงนี้พบผู้ป่วย "โรคไข้ดิน" หรือโรคเมลิออยด์อย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ผู้ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำนานๆ รวมทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่าหรือแช่น้ำนาน เพราะอาจติดเชื้อโรคไข้ดินได้ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาวเพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่ และน้ำสะอาดทันที และสังเกตอาการของตนเองหากมีไข้สูงติดต่อกัน ควรรีบไปพบแพทย์ 

โรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย พบได้ทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ เช่น เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวนยาง หรือลุยโคลน 

...

รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย วัณโรค โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคมะเร็ง และภาวะติดเหล้า เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายคน ผ่านทางผิวหนังที่มีการสัมผัสดินและน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องมีรอยขีดข่วน โดยเฉพาะในกรณีที่มีการสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานานๆ โดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 1.การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน 2.การดื่มน้ำไม่สะอาดหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หรือการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรค 3. สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย 

แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้ 

สำหรับสถานการณ์โรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 เมษายน 2569 มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 129 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.95 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิตสะสม 8 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.12 ต่อประชากรแสนคน แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 

  • จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 48 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 3.08 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 1 ราย
  • จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 34 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 2.51 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้เสียชีวิต
  • จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 16 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.45 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 3 ราย
  • จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วย 31 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.19 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 4 ราย

ในการป้องกันโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ ควรปฏิบัติตน ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากต้องสัมผัสดินหรือน้ำ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ รองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือ ชุดลุยน้ำ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำการเกษตร จับปลา ลุยน้ำ ลุยโคลน 

2.หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ต้องทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่ทันที และหากมีบาดแผลที่ผิวหนัง รีบทำแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ ไม่ใส่ดินหรือสมุนไพรใดๆ ลงบนแผล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะหายสนิท

3.หากดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำฝน ต้องต้มสุกก่อนบริโภค 

4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 

ทั้งนี้ หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันทีตามอาการและความรุนแรงของโรค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422