รพ.อุดรธานี เดินหน้าปรับ "ระบบเดินยา" ช่วงวิกฤตสงคราม จัดเจ้าหน้าที่ "Health Rider" ส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน และบริการไปรษณีย์ต่อเนื่อง ลดความแออัด - ประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาระผู้ป่วย ตรวจเสร็จกลับบ้านได้ทันที
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่โรงพยาบาลอุดรธานี พญ.ศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์ ผอ.รพ.อุดรธานี ภญ.อุดมลักษณ์ รังสิยาภรณ์รัตน์ หน.กลุ่มงานเภสัชกรรม, ภญ.ปรียา ยุคันตวนิชชัย หน.งานบริหารผู้ป่วยนอก และ ภญ.วายูน กลางประพันธ์ เภสัชกรชำนาญการ รพ.อุดรธานี ได้นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบบริเวณห้องจ่ายยา ชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก เพื่อชี้แจงกรณีปรับระบบเดินยา (refill) จาก 3 เดือนเป็น 2 เดือน เพื่อลดการเดินทาง ประหยัดพลังงาน ลดการสะสมยาที่บ้าน และเสริมความมั่นคงทางยา
โดยช่วงเวลาที่เข้าตรวจสอบเป็นช่วงเย็น ทำให้บรรยากาศไม่ได้แออัดมากนัก ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมาใช้บริการในส่วนของคลินิกนอกเวลา ซึ่งในขณะที่ตรวจสอบประวัติและอาการผู้ป่วย ก็จะมีการประชาสัมพันธ์โครงการระบบเดินยา และยังมีการดำเนินการจัดเตรียมแพ็คยาใส่กล่อง เพื่อดำเนินการส่งพัสดุในวันถัดไป
...
รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ "Health Rider" เดินทางมาจัดเตรียมยาเพื่อนำส่งผู้ป่วย ในพื้นที่รัศมีโรงพยาบาล 15 กม. หรือ 4 ตำบล ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และเทศบาลรอบนอก เพื่อลดการเดินทางและประหยัดพลังงาน ท่ามกลางความผันผวนเรื่องพลังงานและภาวะสงคราม
พญ.ศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์ ผอ.รพ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เราได้เริ่มการส่งยาผู้ป่วยที่บ้าน โดยการส่งทางไปรษณีย์ แล้วก็ส่งทาง "Health Rider" มาตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด แล้วยังมีการส่งต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ได้การตอบรับดีจากพี่น้องประชาชน เพราะว่าสะดวกสบาย ตรวจเสร็จก็สามารถที่จะกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาอยู่ในโรงพยาบาลนาน
ปัจจุบันส่งยาที่บ้านประมาณวันละ 60 ถึง 80 รายต่อวัน ประมาณ 1,500 กล่องต่อเดือน แบ่งเป็นสัดส่วน "Health Rider" อยู่ที่ประมาณ 30% แล้วก็ทางไปรษณีย์ประมาณ 70% ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง การที่เรามีโครงการในการส่งยาไปที่บ้านให้ผู้ป่วย ก็จะทำให้สะดวกยิ่งขึ้น แล้วก็สามารถที่จะรับยาได้ต่อเนื่อง
"อยากให้ความมั่นใจกับผู้ป่วยแล้วก็พี่น้องประชาชนว่า กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลอุดรธานี ได้มีการเตรียมการสำหรับความพร้อมในการสำรองยาไว้ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ พยายามไม่ให้มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เราได้จัดระบบบริการสัมพันธ์ กับการดูแลของโรงพยาบาลชุมชน สามารถที่จะใช้ระบบการแพทย์ทางไกล ทั้งในระดับโรงพยาบาลศูนย์ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จนไปถึงโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน ขอให้พี่น้องประชาชน มีความสบายใจว่า เราได้เตรียมการสำหรับการสำรองยาทั่วประเทศ"
ภญ.อุดมลักษณ์ รังสิยาภรณ์รัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เราเป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ช่วยดูแลในส่วนของการบริหารจัดการส่งยาให้ถึงผู้ป่วย กระบวนการให้บริการด้านยาเป็นไปตามมาตรฐานทางด้านวิชาชีพ จากนั้นจะทำทางด้านเทเลฟาร์มาซี หรือการโทรติดตามว่าผู้ป่วยได้รับยาหรือยัง
...
หลักการสำคัญคือ คนป่วยเหล่านี้จะต้องเป็นผู้ป่วยที่มีอาการคงที่แล้ว ถึงจะดำเนินการในเรื่องของการเติมยา หรือส่งยาได้ จากเดิมตอนแรกเราเน้นเฉพาะในส่วนของ "Health Rider" แต่ตอนหลังเราก็ทำการส่งพัสดุเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องของภาวะสงคราม หรือภาวะผันผวนเรื่องพลังงาน
การรีฟิลยา หรือว่าการเติมยาเข้ามาช่วย เนื่องจากคนไข้หลายคนพอมีอาการคงที่ แพทย์เองมีภาระงาน แต่จำเป็นที่จะต้องรับยาต่อเนื่อง ปริมาณยาเราอาจจำเป็นที่จะต้องมีสำรองไว้ให้เพียงพอ ก็ทำให้เราปรับการจ่ายยาลงเหลือทุก 2 เดือน โดยการส่งยาให้ทางไปรษณีย์ หรือ "Health Rider" จะทำให้ลดความแออัดในโรงพยาบาล ประหยัดพลังงาน เพราะว่าผู้ป่วยก็ไม่ต้องเดินทางมา จัดการด้านทรัพยากรได้ราบรื่นมากขึ้น
...
ตอนนี้สำรองยาอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนอยู่แล้ว โดยภาพรวมกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีการประชุมรวบรวมปริมาณยา ทั้งในระดับจังหวัด เขต และระดับประเทศ เพื่อจะแชร์ข้อมูลกันว่าที่ไหนมีเท่าไหร่ ฉะนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์จำเป็น เราก็สามารถที่จะใช้รีซอร์สร่วมกันได้
ภญ.ปรียา ยุคันตวนิชชัย หน.งานบริหารผู้ป่วยนอก เปิดเผยว่า คนไข้พึงพอใจในการรับบริการมาก คนไข้ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล ไม่ต้องมารอที่โรงพยาบาลนานๆ เพราะว่าถ้ามาที่โรงพยาบาลต้องใช้เวลาทั้งวัน บางทีคนไข้มาจากต่างจังหวัด บางทีมาจากต่างอำเภอ ซึ่งต้องเดินทางไกลมาก เสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก บางเคสต้องเหมารถมา 3,000 บาท พอมีบริการส่งให้เขา สปสช. เป็นคนสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการส่งยาให้คนไข้ คนไข้ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย คนไข้ก็พึงพอใจมาก
หลังจากส่งยาให้คนไข้เสร็จ เรายังมีการโทรติดตามเรื่องการใช้ยาของคนไข้ ว่าคนไข้ใช้ยาถูกหรือไม่ มีปัญหาเรื่องการใช้ยาหรือไม่ ปัจจุบันก็มีการประชาสัมพันธ์ในเพจของโรงพยาบาล คนไข้ที่ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ เวลาเข้ามาโรงพยาบาล จะมีป้ายประชาสัมพันธ์หน้าห้องยา แล้วก็หน้าห้องตรวจ ถ้าคนไข้ต้องการให้ส่งยาทางไปรษณีย์ สามารถติดต่อได้ทันที
...
ด้าน นางลัดดา คำหลอย อายุ 61 ปี ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ เปิดเผยว่า ตนป่วยเป็นโรคความดันสูง เพิ่งจะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทราบอยู่แล้วว่าโรงพยาบาลมีบริการส่งยาไปถึงที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาเอง แต่วันนี้ต้องเดินทางมาตามนัดหมายของคุณหมอ และที่บ้านก็มีญาติพี่น้องที่มีอาการป่วย เขาก็รับบริการนี้เหมือนกัน คิดว่าเป็นโครงการที่ดีมาก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมารับยาเอง เป็นการประหยัดเงิน ประหยัดน้ำมัน ประหยัดพลังงาน อยากให้มีโครงการดีดีแบบนี้ตลอดไป