คลังอาวุธ ตชด.21 ระเบิด ที่สุรินทร์ ทำบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 12 หลัง เร่งสำรวจ-เยียวยา พบเป็นอาคารสร้างมาเกือบ 40 ปี เก็บรักษาอาวุธ ตามยุทธวิธี ของดแชร์ภาพบรรยากาศภายในค่าย
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, พ.อ. อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รอง ผบ.มทบ.25, พ.ต.อ.จักริน อุ่นดี ผกก.ตชด.21 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ไฟไหม้คลังแสง ในพื้นที่ ตชด.21 (ค่ายสุรินทร์ภักดี) จ.สุรินทร์
นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการตั้งหน่วยเฉพาะกิจบัญชาการควบคุมสถานการณ์นับตั้งแต่เกิดเหตุ จนสามารถควบคุมเพลิงได้ช่วงเวลา 23.30 น. ซึ่งหลังจากนั้นจนถึงเช้าวันนี้ ไม่พบว่ามีการปะทุซ้ำในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยาม อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยและกลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว
ส่วนความเสียหายของอาคารบ้านเรือนประชาชนนั้น เนื่องจากมีชุมชนอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ ประมาณ 500 เมตร แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดส่งผลให้บ้านเรือนชำรุดเสียหายเล็กน้อย รวมทั้งหมดจำนวน 12 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ 20 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่เป็นฝ้า เพดาน กระจก หลอดไฟ ร่วงหลุดถือว่าเสียหายเพียงเล็กน้อย ซึ่งในส่วนนี้สามารถดูแลเยียวยาด้วยงบประมาณเงินสำรองฉุกเฉินราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังได้ทันที โดย นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ฝ่ายปกครอง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ จะเข้าสำรวจเพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังพบว่าสะเก็ดระเบิด รวมถึงเศษวัตถุจากการระเบิด กระจายไปยังทุ่งนา ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการกันพื้นที่รอเข้าตรวจสอบ ก่อนจะอนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่
ส่วนสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิสูจน์ โดยเบื้องต้นชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดได้เข้าสำรวจพร้อมกำหนดพื้นที่ที่เป็นอันตรายไว้ รอชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ
ด้าน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ภายในพื้นที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกับกองทัพบก และถือเป็นพื้นที่ด้านความมั่นคงที่มีความละเอียดอ่อนสูง จึงขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนและประชาชน งดนำภาพข่าวที่เป็นความลับทางราชการ หรือภาพบรรยากาศภายในค่ายออกไปเผยแพร่สู่สาธารณะ เนื่องจากอาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่โดยรวม พร้อมกันนี้ ยังขอเตือนประชาชนเรื่องการนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ หรือกลั่นกรองจากทางการ เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และสร้างความเสียหายต่อภาพรวมของสถานการณ์ได้
ตนในฐานะหัวหน้าหน่วย มีการวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ร่วมกับหน่วยยุทธการของกองทัพบกอย่างละเอียด และขอยืนยันข้อมูลเป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้แถลงไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จากการประสานงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจตระเวนชายแดน หลังจากนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างย้อนหลังไปทุกด้าน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง ตำรวจภูธรและกองพิสูจน์หลักฐาน
เบื้องต้น ยืนยันว่าอาคารและหลักการเก็บอาวุธ หรือวัตถุระเบิด ที่เรียกว่าคลังอาวุธ เป็นไปตามยุทธวิธีของทางทหาร รูปแบบการเก็บเป็นไปตามระบบความปลอดภัยในทุกประการ แม้ว่าคลังอาวุธที่เกิดเหตุจะสร้างมาตั้งแต่ปี 2530 และตัวเครื่องกระสุนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในภารกิจต่างๆ มีอายุที่ยาวนานพร้อมกับโครงสร้างอาคาร จะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องอยู่ในเรื่องของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีความรับผิดชอบดำเนินการส่วนอาคาร รูปแบบการติดตั้ง การจัดเก็บ การจัดเวรยาม ระบบความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานยุทธวิธีอย่างเป็นระบบเหมือนกันทุกที่ ทั้ง ตชด.ภาค, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนหมายเลข หรือแม้กระทั่งกองร้อย ตชด. ที่มีอาวุธและวัตถุระเบิด มีพื้นที่ที่จัดเก็บและพื้นที่ในการฝึกซ้อม เป็นไปตามรูปแบบการรักษาความปลอดภัยตามยุทธวิธีทุกประการ
...
เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องการตรวจสอบทั้งตัวอาคารและการเก็บรักษาอาวุธ มีการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อใด พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ระบุว่า ในประเด็นดังกล่าว มีการให้รายงานทุกวงรอบ ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน พร้อมภาพถ่ายประกอบการรายงาน โดยมีกลุ่มรักษาความปลอดภัยที่ต้องรายงานและผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องลงตรวจสอบและส่งภาพรายงานด้วยเช่นกัน แต่ไม่สามารถเผยแพร่ภาพเหล่านั้นได้ ยืนยันว่า ปฏิบัติตามยุทธวิธีตามวงรอบและหลักของความปลอดภัย
เมื่อถูกถามถึงความแตกต่างของมาตรฐานความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากงบประมาณในการก่อสร้าง หรือซ่อมแซมอาจไม่เท่ากัน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ยอมรับ สภาพอาคารย่อมแตกต่างกันไปตามงบประมาณและช่วงเวลาที่ก่อสร้าง วิวัฒนาการของอาคารเมื่อ 30 – 40 ปีก่อน ย่อมไม่เหมือนกับปัจจุบัน อาคารเก่าอาจมีสภาพทรุดโทรมบ้างตามกาลเวลา แต่ยืนยันว่า ระบบและรูปแบบการจัดเก็บอาวุธยังคงใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
ส่วนคำถามเกี่ยวกับอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ระบบสปริงเกอร์ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิภายในคลังแสง ว่ามีเหมือนกันทุกพื้นที่หรือไม่ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ก็ตามสภาพครับ”
...
สำหรับผลกระทบต่อภารกิจดูแลชายแดนและแนวทางการจัดหาอาวุธมาทดแทนในส่วนที่เสียหาย นั้น พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ระบุว่า ขณะนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจนับจำนวนอาวุธ หรือกระสุนที่ได้รับความเสียหายอย่างละเอียดก่อน อย่างไรก็ตาม ในเชิงยุทธวิธี ยืนยันว่า หน่วยมีความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากมีระบบการหมุนเวียน (Rotate) อาวุธและกระสุนเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่แล้ว หากมีอาวุธขาดเหลือ สามารถดึงงบประมาณหรือขอการสนับสนุนอาวุธจากกองร้อยใกล้เคียง หรือกองกำกับข้างเคียงมาใช้งานได้ทันที โดยไม่กระทบต่อภารกิจด้านความมั่นคงและการดูแลพื้นที่ชายแดนแต่อย่างใด
...