ชาวบ้านไม่ประมาท หลังกัมพูชายิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. ตกใกล้ฐานปฏิบัติการแถวพื้นที่ “พลาญหินแปดก้อน” เตรียมอพยพหากปะทะรอบ 3 ขอรัฐบาลดูแลความพร้อม-มีเงินเยียวยาที่เหมาะสม เพราะคนขาดรายได้

จากกรณีกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกเอกสารชี้แจง เหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.50 น. ขณะที่หน่วยในพื้นที่ทมอฉัตรจัดกำลังพลปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งฝ่ายเราควบคุมอยู่ ต่อมาได้มีกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. จำนวน 1 นัด ยิงจากพื้นที่ด้านล่าง ตกบริเวณขอบหน้าผาใกล้ฐานปฏิบัติการ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากพลาญหินแปดก้อน ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวหน้าผาประมาณ 2 กิโลเมตร

ภายหลังเกิดเหตุ ฝ่ายเราได้ใช้อาวุธยิงแจ้งเตือนตามสถานการณ์ ไปยังพื้นที่ด้านล่างของขอบหน้าผาเพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ และควบคุมสถานการณ์ในทันที และภายหลังจากการปฏิบัติการทางทหารตามขั้นตอน จนเหตุการณ์สงบแล้ว ได้มีการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเน้นย้ำการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงให้กำลังพลในพื้นที่ทราบและยึดถือปฏิบัติ นั้น

ล่าสุดวันที่ 25 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ พบว่าชาวบ้านยังใช้ชีวิตตามปกติ ยังไม่มีการแตกตื่น หรืออพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายรักษ์สกุล อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า หลังรู้ข่าวว่ามีเหตุการณ์ที่กัมพูชายิงปืน ค. ใส่ฝั่งไทย เมื่อวานนี้ ส่วนตัวตนรู้สึกเฉยๆ เพราะเคยผ่านเหตุการณ์การปะทะที่หนักหนามาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังห่วงชาวบ้านที่ต้องไปทำสวนทำไร่ติดกับชายแดน

ตอนนี้ชาวบ้านในชายแดนทุกคน ทุกครอบครัว จะมีการเตรียมเก็บข้าวของเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้ามีประกาศให้อพยพตนก็ไม่อยากอพยพออกไป เพราะอยากจะอยู่เฝ้าระวังในหมู่บ้าน และจะค่อยเป็นหูเป็นตาให้กับชาวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีขโมยขโจรแอบเข้ามาขโมยข้าวของของเพื่อนบ้าน ในช่วงที่ชาวบ้านอพยพออกนอกพื้นที่ และเวลาอพยพออกนอกพื้นที่ต้องใช้เงิน ซึ่งต้นทุนเราก็ไม่ค่อยมี เลยตั้งใจตัดสินใจไม่อพยพดีกว่า

นายรักษ์สกุล กล่าวต่อไปอีกว่า ส่วนตัวกลัวจะเกิดเหตุการณ์ปะทะขึ้นอีกครั้ง เพราะกัมพูชายังมีนิสัยเหมือนเดิมที่อยากจะรุกรานเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าถึงตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกจริงๆ อยากให้มีการเพิ่มกำลังทหาร เพิ่มสมรรถภาพการป้องกันประเทศ ตัดสินใจให้เด็ดขาด ถ้าลุยได้ก็ลุยเข้าไปเลย

ด้าน นางอรทัย อายุ 46 ปี เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวว่าทหารกัมพูชายิงปืนเข้ามาในฝั่งไทยแล้วมีการยิงปืนตอบโต้จากทหารไทยไป ตนรู้สึกกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุยิงปะทะกันครั้งที่ 3 อีก ตนรู้สึกสงสารทหารบางคนที่ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ต้องเฝ้าดูสถานการณ์ตลอด

ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเราก็เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา ตั้งแต่รอบแรกที่เกิดเหตุยิงปะทะกันตนเตรียมพร้อมเก็บข้าวของเสื้อผ้าเอกสารของมีค่าต่างๆ ขึ้นรถ ไม่เคยได้เอาลงจากรถเลย แต่ถ้ามีรอบ 3 มาจริงๆ พวกเราก็พร้อมที่จะอพยพตลอด 24 ชั่วโมง

ตนอยากให้รัฐบาลช่วยดูศูนย์อพยพให้มีความพร้อม มีห้องน้ำ มีที่พักอาศัยให้ประชาชน มีความพร้อมสำหรับกลุ่มเปราะบาง มีเจ้าหน้าที่บริการดูแลประชาชน และอยากให้รัฐบาลมีงบเยียวยาให้กับผู้อพยพ ทั้งเงินเยียวยาเรื่องอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ แพมเพิร์ส ยารักษาโรค ค่าน้ำมันในการเดินทาง เพราะที่ผ่านมาประชาชนต้องใช้เงินตัวเองในการใช้จ่าย

...

เงินเยียวยาที่ให้มา 5,000 บาท ไม่พอสำหรับการอพยพในแต่ละครั้ง เพราะประชาชนเองก็ต้องขาดรายได้จากที่เคยกรีดยางทำสวน พอไม่สามารถออกไปทำสวนทำไร่ได้เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกัน ไม่มีรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัว ในตอนนี้ตนเตรียมตัวเตรียมอาหารข้าวสารไว้แล้ว เสื้อผ้าเก็บใส่กระเป๋าไว้เรียบร้อย เอกสารสำคัญเก็บไว้ในกระเป๋ายกขึ้นรถไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมจะอพยพเพราะเขมรเชื่อใจไม่ได้อีกแล้ว.