พ่อแม่ "พลทหารปริวัตร์" รุดเยี่ยมอาการลูกชาย หลังเหยียบทุ่นระเบิดขาขวาขาด เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้าน ผอ.โรงพยาบาลยืนยันทีมศัลยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดให้คงขาขวาเอาไว้ให้ดีที่สุด

จากกรณีกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69 เวลา 16.40 น. ได้เกิดเหตุการณ์กำลังพลได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบวัตถุระเบิด ขณะปฏิบัติงานกวาดล้าง และพิสูจน์ทราบพื้นที่ ภายในเขตควบคุมของหน่วย เพื่อสถาปนาความมั่นคงปลอดภัยของฐานปฏิบัติการ

โดยผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือ พลทหารปริวัตร์ มีมานะ กำลังพลสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างซ้ายขาด และขาข้างขวามีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ และมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกปราโมทย์ ดีภักดิ์ และ พลทหารจักรพงษ์ โพธิเมือง หน่วยได้ดำเนินการปฐมพยาบาลขั้นต้นตามหลักการช่วยชีวิตในสนามรบทันที และเร่งลำเลียงส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพโดยเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 12 ก.พ. 69 ที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสุรินทร์ ทีมข่าวพบกับ นางบัวผัน ธรรมจักร อายุ 51 ปี และนายอัมพร มีมานะ อายุ 52 ปี ชาว ต.เค็งใหญ่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมลูกชายคือ พลทหารปริวัตร์ มีมานะ หรือ พลทหารป้าง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขาด พร้อมกับบรรดาญาติจำนวนกว่า 10 คน

โดยนางบัวผัน กล่าวว่า ลูกชายเป็นคนร่าเริง ซึ่งตนเองก็คุยไลน์หาลูกทุกวัน ถ้าว่างลูกก็จะตอบไลน์กลับมาหาตน   หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลย เพียงแต่บอกว่าจะกลับช่วงเมษายนนี้เท่านั้น 

ด้าน นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผอ.รพ.สุรินทร์ เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า อาการของพลทหารปริวัตร์ ปลอดภัยดีแล้ว แต่ด้วยอาการของขาข้างขวา มีอาการฉีกขาดอย่างหนักและเสียเลือดมาก โรงพยาบาลได้ให้เลือดที่มีเพียงพอเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าอาการของขาขวาจะสาหัส แต่ทีมศัลยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดให้คงขาขวาเอาไว้ให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ทีมข่าวยังได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของพลทหารปริวัตร์ มีมานะ ที่ ต.เค็งใหญ่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ พบกับครูเพียรมณี จำปาโท อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านชาด ซึ่งเคยสอนพลทหารปริวัตร์ และเป็นครูโรงเรียนเดียวกันกับพี่ชายของพลทหารปริวัตร์สอนอยู่

โดยเปิดเผยกับทีมข่าวว่า เคยได้สอนพลทหารป้าง เห็นมาตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล พลทหารป้างเป็นเด็กดี มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นทหารตั้งแต่เด็กแล้ว ส่วนพี่ชายเขาก็เป็นครูอัตราจ้างที่สอนด้วยกัน หลังทราบข่าว ตนเองรู้สึกเสียใจ และสงสารครอบครัวพลทหารป้าง เนื่องจากคนเป็นแม่ก็ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน

พ่อและพี่ชายคนกลางต้องไปทำงานต่างจังหวัด ทำให้พี่ชายคนโตต้องทำหน้าที่คอยดูแลแม่ที่บ้าน ล่าสุดพี่ชายเขาก็สอบผ่านครูผู้ช่วยแล้ว เตรียมตัวที่จะไปสอบสัมภาษณ์เป็นข้าราชการครูในอีก 2-3 วันที่จะถึงนี้ พอทราบข่าวก็พากันไปหาพลทหารป้างตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้แล้ว ตอนนี้จึงไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ส่วนตัวอยากให้มีสวัสดิการให้กับพลทหารที่ต้องบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ด้าน นายประยูร นิลเพชร อายุ 62 ปี คุณลุงที่บ้านอยู่ติดกับบ้านพลทหารป้าง เปิดเผยว่า พลทหารป้างก็ถือเป็นลูกเป็นหลานของตน ตัวพลทหารป้างเป็นลูกชายคนเล็ก มีพี่ชายอีก 2 คน ตั้งแต่เด็กพลทหารป้าง ตั้งใจที่จะเป็นทหารมา ครั้งนี้ก็ได้สมัครใจไปเป็นทหารเกณฑ์ และหวังที่จะสอบเป็นนายสิบต่อไปในอนาคต เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพลทหารป้างก็จะปลดประจำการแล้ว ก็กะว่าจะอยู่ต่อเพื่อรอสอบนายสิบ

แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเสียก่อน ล่าสุดพลทหารป้างก็เพิ่งกลับมาเลือกตั้งที่บ้าน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง โดยปกติแล้วในทุกครั้ง ก่อนที่จะเดินทางกลับ พลทหารป้างจะให้คุณแม่ของตนผูกข้อมือให้ก่อนเดินทางกลับเสมอ แต่วันนั้นพลทหารป้างต้องกลับไปแต่เช้า คุณแม่ของตนยังไม่ตื่น ก็เลยไม่ได้ผูกข้อมือเหมือนทุกครั้ง ตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทั้งที่เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนได้สงบลงแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาพลทหารตามความเหมาะสม

...